ชาเม่ คอลลาเจน รอยตีนกาที่กลัวเกรงกันนั้น สาเหตุมิใช่ผิวหนังหมดอายุ

ชาเม่ คอลลาเจน รอยตีนกาที่กลัวเกรงกันนั้น สาเหตุมิใช่ผิวหนังหมดอายุหย่อนยานแต่เกิดเพราะเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ประกอบกันเป็นผิวหนังอ่อนแอขาดความยืดหยุ่นเหมือนยางเก่าๆ ที่ดึงแล้วไม่เด้งกลับ สารสำคัญในเนื้อเยื่อที่ทำให้เด้งนี้คือ คอลลาเจน ทำให้มักเข้าใจผิดว่า ผิวกลับจะเต่งตึงดังเดิมได้ หากเติมคอลลาเจนเข้าไป คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง มีอยู่ทั่วไปในร่างกายมนุษย์และสัตว์ ถ้านำโปรตีนในร่างกายมาจำแนก จะพบว่าเป็นคอลลาเจนถึง 24% พบคอลลาเจนในกล้ามเนื้อและผิวหนัง คอลลาเจนในผิวหนังช่วยให้ผิวเต่งตึง ลองคิดถึงหมอนซื้อใหม่ นุ่นยังไม่ยุบ หมอนจึงเต่งตึงหนับหนุบ ครั้งนานวันนุ่นยุบ หมอนก็ฟุบแบนแต๊ดแต๋เป็นกล้วยปิ้ง ผิวคนเราเช่นกันมีคอลลาเจนเป็นเช่นนุ่นยัดหมอน ช่วยค้ำจุนผิวให้บวมเป่งเด้งดึ๋งดั๋ง พอแก่ตัวลงร่างกายสร้างคอลลาเจนได้ไม่ดังใจ ของเก่าหายไปของใหม่ไม่มาแทนเกิดภาวะขาดแคลนคอลลาเจนในผิวมองเห็นริ้วรอยเหี่ยวย่น นกกาบินมาเกาะ…จึงมีหลายตำรับสลับกันออกมาอาสาแก้ ! หนึ่งคือ ซื้อคอลลาเจนชนิดครีมมาทาถู ทาถู หวังให้มันซึมไปตามผิวหนัง…วิธีนี้ไม่ได้ผล เพราะร่างกายไม่ยอมให้สิ่งแปลกปลอมผ่านผิวหนังเข้าไป ใครที่ควักเงินมากมายกับเครื่องสำอางผสมคอลลาเจนจึงต้องผิดหวัง เว้นแต่จะใช้เป็นไมโครคอลลาเจน พอซึมได้ แต่ปริมาณก็คงไม่เพียงพอ และก็สลายไปอยู่ดี ชาเม่ คอลลาเจน.

ชาเม่ คอลลาเจน

ชาเม่ คอลลาเจน สองคือ กินอาหารเสริมคอลลาเจน หวังว่ามันจะเข้าไปทดแทนคอลลาเจนที่หดหาย กับวิธีที่ง่ายสุด คือฉีดคอลลาเจนเข้าไปที่ผิวหนังโดยตรง เห็นผลทันตา แต่…คอลลาเจนที่หมอฉีดให้ ไม่อาจเข้าไปทำงานแทนของเดิมเพราะมันมิใช่คอลลาเจนมนุษย์ เป็นเพียงสารสกัดจากวัวที่คล้ายคลึงกับคอลลาเจนของคน เป็นคอลลาเจน ที่ไม่มีชีวิตติดอยู่ไม่นานก็อันตรธานหายหมด !อีกถ้าแพ้คอลลาเจนวัวละก้อ…คันคะเยอรอบตัว ทั่วไปซ้ำ ถ้าคุณแพ้ อาจพบเห็นได้ใน 10 กว่าวัน หากไม่มีแพ้ หมอจะนัดฉีดจริงต่อไป อย่าใจร้อนเพราะฉีดเข้าไปแล้วแก้ไขไม่ได้ หากใครชวนคุณฉีดคอลลาเจนโดยไม่ทดสอบอาการแพ้ละก้อ…ขอให้คิดดูก่อน ! chame collagen

นอกจากการแพ้ อาจพบอันตรายอื่นๆ เช่น เข็มสกปรก ทำให้เกิดการติดเชื้อฝี แผลเน่า ผิวลอก เกิดแผลเป็นก้อนเนื้อ ควรเลือกแพทย์ที่จบปริญญา อย่าฉีดกับหมอเถื่อนหรือเน้นราคาถูกเป็นหลัก เดี๋ยวนี้มักมาทางอินเตอร์เนท ! คอลลาเจนชนิดฉีดเข้าไปทำหน้าที่ดุนผิว แบบถุงซิลิโคนหรือถุงน้ำมันที่ใส่เสริมหน้าอก แต่การฉีดไม่ได้เติม คอลลาเจนให้ร่างกายอย่างธรรมชาติซึ่งกระจายอยู่ในเนื้อเยื่อแต่คอลลาเจนฉีดเป็นก้อนตรงที่ฉีด ทำให้ต้องฉีดดุนไว้หลายๆ จุด หมอจะใช้เข็มเล็กพิเศษสอดเข้าไปใต้บริเวณที่เหี่ยวย่นฉีดเป็นจุดตามร่องรอยไปเรื่อยๆอาจต้องฉีดหลายสิบจุดจึงจะงามตามปรารถนา แต่ว่ามันให้ผลระยะสั้นๆ ไม่นาน นางฟ้าจะค่อยๆ คืนร่างเป็น แม่มดดังเดิม เพราะคอลลาเจนวัวจะถูกร่างกายย่อยสลายจนหมดอาจใช้เวลา 3 – 6 เดือน หรือเพียงแค่สามสี่อาทิตย์ แล้วแต่คน ขึ้นกับอายุ ความสามารถของร่างกาย คุณภาพผิว วิถีชีวิต และตำแหน่งที่ฉีด ที่นี้ถ้าเลือกสารฉีดไม่ดูดซึมและไม่แพ้ แต่นานไปก็จะแทรกตัวตกห้อยย้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก คางเลยแหลมขึ้น…แหลมขึ้น ดูเป็นแม่มดจริงๆ !แบบนี้ เบต้ากลูแคนแบบทาดีกว่าเป็นไหนๆผลการดูดซึมก็พิสูจน์ได้กันแล้ว ! ชาเม่ คอลลาเจน

คอลลาเจนชนิดกิน…

หากคิดง่ายๆ ว่า ขาดคอลลาเจนก็กินคอลลาเจนสิ ถ้าการบำบัดโรคทำได้ ด้วยหลักตรรกะง่ายๆ เช่นนั้น เราคงมีวิธีรักษาโรคพิสดาร บานตะไท เช่น โลหิตจาง ก็กินเกาเหลาเลือดหมูรักษาได้ อยากกล้ามใหญ่ก็กินเนื้อวัว กินตับ เครื่องใน แก้ตับแข็ง ผิวเหี่ยวแห้งก็กินหนังไก่ทอด เพราะหนังไก่มีคอลลาเจน ในโลกแห่งความจริง มันไม่ง่ายแบบนั้น เมื่อคุณกินอาหารเสริมคอลลาเจนลงกระเพาะ ร่างกายจะย่อยมันให้เป็นกรดอะมิโนตัวเล็กๆ เช่นเดียวกับเนื้อสัตว์ทุกชนิด กรดอะมิโนเหล่านั้นจะไหลไปตามกระแสเลือด และร่างกายจะเลือกใช้ตามความจำเป็น ถ้าร่างกายของคุณต้องการสร้างคอลลาเจน มันก็จะดึงกรดอะมิโนไปสร้าง ถ้าร่างกายของคุณไม่ต้องการสร้างคอลลาเจน กรดอะมิโนก็เหลือค้าง แม้อยากให้สร้างก็มิได้ดังใจ ด้วยยังมีปัจจัยอีกหลากหลาย เช่น หากคุณขาดวิตามินซี ร่างกายก็ลดการสร้างคอลลาเจน

นักวิจัยพบว่า สารต้านอนุมูลอิสระหลายตัว สามารถทำให้หนูทดลองมีอายุยืนยาวถึงสี่เท่า เชื่อว่าเป็นการกรุยทางไปสู่คำตอบเรื่องอายุขัย ผลการวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Neuroscience แสดงให้เห็นว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สามารถยืดอายุออกไปถึง 4 เท่า เมื่อได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ โดยปรกติอายุขัยของสิ่งมีชีวิต จะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ เช่น ปลาทอง 8 ปี หนู 2 ปี เต่า 150 ปี และคน 120 ปี แต่คนส่วนใหญ่มักไม่เคยมีชีวิตถึง 120 ปี ชาเม่ คอลลาเจน เพราะยังมีอีกหลายสาเหตุที่คอยทำลาย ทุกเซลล์ในร่างกายให้เสื่อมโทรมตลอดเวลา เช่น สารเคมีที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมาเองขณะใช้ออกซิเจน เรียกเจ้าสารทำลายล้างพวกนี้ว่า “อนุมูลอิสระ” หากคุณป้องกันการทำลายล้างของอนุมูลอิสระไว้ได้ ภาวะชราก็จะมาเยือนช้าลง โชคดีที่ธรรมชาติได้มอบสารอาหารบางตัว ที่สามารถกำจัดอนุมูลอิสระทิ้งได้ ก่อนที่จะสร้างความเสียหายแก่เซลล์ สารพวกนี้เรียกรวมๆ ว่า สารต้านอนุมูลอิสระ หรือ Antioxidant นอกจากอนุมูลอิสระแล้ว ยังมีกระบวนการที่น้ำตาลไปจับโปรตีน ทำให้เนื้อเยื่ออวัยวะเสื่อมได้อีก ที่เรียกกระบวนการกลัยเคชั่น ซึ่งก็ต้องการสารแก้ที่เรียกคาร์โนซีน อย่างหนึ่ง (ที่พอรู้ !) แล้วยังมีกระบวนการเสื่อมเนื่องจากโฮโมซีสเทอีนทำลายผนังหลอดเลือด ซึ่งต้องแก้ด้วยการเติมเมทิลกรุ๊ปแก่เนื้อเยื่อที่เรียกเมทิลเลชั่นอีก อันนี้ก็ต้องพึ่งพาโคลีน วิตามินบี อีกปัจจัย ถึงตรงนี้น่าจะปลงได้สักที ว่าเราไม่มีทางฝืนธรรมชาติ …แค่พอชะลอได้ งั้น…คอลลาเจนจากปลาทะเลลึกก็เป็นแค่กำลังใจ ปัจจัยหนึ่ง !กลับมาแค่เรื่องที่หน้าจะเด้งได้นานต้องมีคอลลาเจน…คอลลาเจนเกิดจากการสร้างของร่างกายไม่ใช่การกิน การทาหรือฉีดสารคอลลาเจน แต่ต้องกินปัจจัยที่ใช้สร้างคอลลาเจน ซึ่งก็น่าจะเป็นวิตามินซี กับพวก…พวกที่ร่วมแรงแข็งขันกับวิตามินซีในการเสริมสร้างมวลคอลลาเจน ก็เช่น โอพีซี สังกะสี และเบต้าดีกลูแคน ซึ่งสกัดได้จากเห็ดหลินจือหรือยีสต์ โดยเฉพาะกลูแคนนอกจากต้านอนุมูลอิสระ แล้วยังไปบำรุงเซลล์คุ้มกันผิว (Langerhans cell หรือ แมคโครเฟ็จแห่งผิว) ให้เข้มแข็ง ก่อเกิดการสร้างคอลลาเจนและสารวุ้นที่พยุงเซลล์ (Hyaluronic acid) เพิ่มขึ้น…ผลคือ…หน้าเด้ง เพราะเป็นคอลลาเจนของแท้ที่ร่างกายสร้างเองจากปัจจัยเกื้อหนุน ชาเม่ คอลลาเจน.

chloro mint คลอโรฟิลล์คืออะไร ( CHLOROPHYLL)

chloro mint คลอโรฟิลล์คืออะไร ( CHLOROPHYLL) คือ สารประกอบที่ทำให้พืชมีสีเขียวและทำหน้าที่หลัก คือสังเคราะห์แสง โดยการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์และแร่ธาตุต่างๆจากดินให้กลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งให้ก๊าซออกซิเจนที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์ คลอโรฟิลล์ chlorophyll ธรรมชาติมีหลายชนิด บางชนิดสังเคราะห์แสงได้ในที่ที่มีแสงแดดเท่านั้น แต่บางชนิดสังเคราะห์แสงได้แม้ในที่ไม่มีแสง เช่น ในร่างกายของคน จึงมีการค้นคว้าเกี่ยวกับการทำงานหรือปฏิกิริยาของคลอโรฟีลล์ต่อคน พบว่า คลอโรฟิลล์ ที่อยู่ในเซลล์ของพืชทั่วไปจะถูกปกป้องและปิดกั้นด้วยผนังหรือเยื่อหุ้มเซลล์อีกชั้นหนึ่ง ทำให้ระบบการย่อยอาหารปกติของร่างกายเราไม่สามารถบดย่อย เพื่อให้ได้สาร คลอโรฟิลล์ เพียงพอกับความต้องการของร่างกายเราได้ ถึงแม้ว่าเราจะบริโภคผักใบเขียวเป็นจำนวนมากในแต่ละวันก็ตาม อีกทั้ง คลอโรฟิลล์ โดยตัวของมันเองละลายน้ำไม่ได้ จะละลายได้ในไขมันหรือในแอลกอฮอลล์บางชนิดเท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราสามารถสกัดเอาเฉพาะสาร คลอโรฟิลล์ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์และบริสุธ์ โดยปราศจากการสูญเสียคุณค่าทางอาหารตามธรรมชาติ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีอย่างเต็มที่ และเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้ จึงดูดซึมได้ทันทีในกระเพาะอาหาร ในกรณีที่ร่างกายใช้ไม่หมด จะถูกขับทิ้งไปทางระบบขับถ่ายไม่สะสมไว้ในร่างกาย ผิดกับ คลอโรฟิลล์ ชนิดที่ละลายในไขมัน จะไม่ถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหารแต่จะย่อยและดูดซึมได้ในลำไส้เล็ก คลอโรฟีลล์ชนิดนี้เมื่อร่างกายใช้ไม่หมดจะถูกส่งไปสะสมไว้ที่ตับในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อตับได้ องค์การอาหารและยาสหรัฐจึงให้การรับรองเฉพาะคลอโรฟิลล์ที่ละลายน้ำได้เท่านั้น ว่าปลอดภัยต่อการบริโภคของคน ถึงแม้ว่าจะบริโภคในปริมาณมากต่อวัน ก็ไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด chloro mint.

chloro mint

chloro mint ประโยชน์คลอโรฟิลล์ คลอโรมินต์
– ทำให้สดชื่น หายเหนื่อยจากการอ่อนเพลีย
– ลดความดันโลหิต ลดปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบ
– ปรับระดับน้ำตาลสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน
– ทำให้อาการของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ แพ้อากาศ ผื่นลมพิษ ทุเลาลง
– ขับกรดจากข้อต่อต่างๆ ทำให้อาการปวดข้อ ปวดเมื่อยตามตัวทุเลาลง
– ขับสารพิษออกจากร่างกาย สารตกค้างของยาปฏิชีวนะ สารเคมีตกค้างในอาหาร ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานดี สุขภาพแข็งแรง สดชื่นขึ้น chloro mint
– เพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดแดงทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น
– ป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
– แก้ปัญหาท้องผูก การขับถ่ายจะดีขึ้น ริดสีดวงทวารทุเลาและหายได้
– ช่วยดับกลิ่นตัว กลิ่นปาก กลิ่นเท้า
– บรรเทาอาการชา บวมและเส้นเลือดขอดให้ทุเลาลงได้
– ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบ็คทีเรีย ใช้รักษาแผลอักเสบแผลเปื่อย แผลเรื้อรังแผลถลอก แผลไฟไหม้ เหงือกอักเสบ แผลในปาก
– บรรเทาอาการปวดศรีษะทั่วไป และปวดศรีษะไมเกรนได้
– ช่วยบรรเทาเรื่องโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบได้
– แก้ปัญหาเรื่องสิว ฝ้า ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ
– ช่วยให้ผู้ที่เป็นต้อกระจกมองเห็นดีขึ้น
– มีสารอาหารบำรุงเส้นผม ทำให้ผมหงอกดำขึ้น ช่วยลดอาการผมร่วง

คลอโรฟิลล์ที่ทางการแพทย์ยอมรับ

· คลอโรฟิลล์ที่ทางการแพทย์ยอมรับคือ คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ ต้องมีสารคลอโรฟิลล์อย่างน้อย 95 % นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองจนในที่สุดพบว่า มันคือ คลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในน้ำ (Water Soluble Chlorophyll) ซึ่งคลอโรฟิลล์ โดยตัวของมันเอง…. ไม่ละลายในน้ำ

· ด้วยกระบวนการเทคนิคพิเศษอย่างน้อย 15 ขั้นตอนนี้ สามารถทำให้ คลอโรฟิลล์ ละลายในน้ำได้ ทางการแพทย์ได้ทำการวิจัยคลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในน้ำกันอย่างกว้างขวางและมากมายเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ (Medicinal Use) โดยเฉพาะกลุ่มนักวิจัยส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยเทมเปิล ประเทศสหรัฐอเมริกา นำทีมโดย นายแพทย์ลอเรนซ์ สมิท ซึ่งเป็นศาสตราจารย์นายแพทย์สาขาพยาธิวิทยา ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญของคลอโรฟิลล์ ชนิดละลายในน้ำ ดังนี้ :

1.เป็นสารบริสุทธิ์ควรเลือกใช้ทางคลินิก (Water soluble derivatives are purified and much preferable in clinical use )

2. ผลของการใช้นุ่มนวลและไม่มีอาการระคายเคือง (Bland and non-irritating)

3. จากการทดลองในมนุษย์และสัตว์ในวิธีการแพทย์ รวมทั้งการฉีดเข้าใต้ผิวหนังและฉีดเข้าเส้นเลือดดำ ไม่ปรากฎอาการของพิษใดๆ (Total absence of toxic effects)

คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ทางการแพทย์ได้วิจัยสรุปผลดังนี้
· ดร. เรดพาธและคณะฯ รายงานผลที่น่าพอใจในการใช้ คลอโรฟิลล์ รักษาผู้ป่วยจากโรคทางเดินหายใจ 1,000 ราย

· มหาวิทยาลัยโลโยล่า ประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มทันตแพทย์รักษาผู้ป่วยกว่า 1,700 ราย พบว่า คลอโรฟิลล์ สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ แบคทีเรียในช่องปากได้

· ดร. เคปฮาร์ รายงานผลการใช้คลอโรฟิลล์ รักษาผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง พบว่าได้ผลดีในผู้ป่วยที่ไม่ขาดธาตุเหล็กและธาตุทองแดง

· ทันตแพทย์โกลด์เบิร์ก ใช้คลอโรฟิลล์ รักษาผู้ปวย 300 ราย chloro mint ที่เหงือกเป็นหนองเลือดออกตามไรฟันและฟันโยก ปรากฎว่าได้ผลดีมาก

· ในโรงพยาบาลทหาร ดร. โบเวอร์ส ใช้คลอโรฟิลล์ ทาแผล ปรากฎว่ากลิ่นเหม็นเน่าของแผลลดลง และอาการอักเสบดีขึ้นจนกระทั่งหายไป

· ดร. มอร์แดน ใช้ขี้ผึ้งคลอโรฟิลล์ รักษาแผลไฟไหม้ได้ผลดี

· ดร. ฟอลล็อค ได้เปรียบเทียบในการรักษาแผลกดทับ (Bedsore) ด้วยยาหลายชนิดพบว่าคลอโรฟิลล์ ได้ผลดีที่สุด

· ดร. เบอร์กี้ รายงานว่าคลอโรฟิลล์ ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้หลายชนิด ทำให้หัวใจทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น ช่วยลดความดันสูง และกระตุ้น ทางเดินอาหารให้ทำงานดีขึ้น

· ดร. แครนซ์ วิจัยพบว่าคลอโรฟิลล์ บรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ดี และจากรายงานของ ดร. ซามูแอล ในคนไข้ที่เลือดออกใน กระเพาะอาหาร 36 ราย ปรากฎว่าทุกรายมีอาการดีขึ้นและหายภายใน 12-22 วัน

· ค.ศ. 1980 มีรายงานในผู้ป่วยด้วยโรคตับอักเสบเรื้อรังจำนวน 34 ราย โดยการฉีดคลอโรฟิลล์ เข้าเส้นเลือดปรากฎว่าได้ผลดี 23 ราย

· ดร. โยชิดาและคณะ ฯ พบว่าคลอโรฟิลล์ บรรเทาอาการของโรคตับอ่อนอักเสบ และมีรายงานวิจัยอีกหลายคณะในประเทศญี่ปุ่น ในการใช้คลอ โรฟิลล์ รักษาโรคตับอ่อนอักเสบ

· ดร. เบอร์กี้ พิมพ์หนังสือชื่อ “Chlorophyll as pharmaceutical” กล่าวถึง การใช้คลอโรฟิลล์ ได้ผลดีในผู้ป่วย 112 ราย ที่ป่วยด้วยโรคความดันสูง และหลอดเลือดแข็งตัว

· ดร. แอนเจโล ศึกษาในคนไข้ 50 ราย ที่ป่วยด้วยโรคความดันสูง พบว่าคลอโรฟิลล์ ช่วยลดความดันได้ดี และอาการทั่วไปดีขึ้น

· มีรายงานการวิจัยอีกมากมายที่ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ ในการรักษาโรคลำไส้อักเสบและอื่นๆ

· จากการทำวิจัยขององค์การอาหารและยาสหรัฐ กับผู้ป่วยแผลเปิดจำนวน 3,600 ราย พบว่าคลอโรฟิลล์ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ให้เร็วขึ้น ทำให้แผลหายเร็วกว่าปกติ 25 %ขึ้นไป และรอยแผลเป็นลดลงกว่า 50 % หรือมากกว่า จากกรณีนี้จึงมีการวิจัยต่อเกี่ยวกับการรักษาอาการเจ็บป่วย ภายในร่างกายอันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ขึ้น พบว่าผู้ป่วยทั้ง 1227 ราย กลิ่นภายในหายหมดหลังจากใช้คลอโรฟิลล์ผ่านไป 2 สัปดาห์ จึงให้การยอมรับว่าเป็นยาดับกลิ่นภายใน สามารถซื้อขายได้ตามร้านขายยาทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 1990 ตามเอกสารทะเบียนยาที่ 21 CFR Part 357 Deodorant Drug Products for Internal Use for Over-the Counter Human Use : Final Monograph; Final Rule.

· ตลอดจนการใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100% รักษาสุนัขที่ป่วยโรคผิวหนัง และกลิ่นตัวแรง นับเป็นจำนวนกว่าหมื่นตัว

· ในอดีตทางการแพทย์ได้ใช้คลอโรฟิลล์ ชนิดที่ละลายในน้ำ (Water Soluble Chlorophyll ) รักษาผู้ป่วย แต่การใช้ไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เพราะต้นทุนการผลิตยังมีราคาแพงมาก แต่ในปัจจุบันคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ มีราคาถูกลง และใช้กันทั่วไปในกลุ่มแพทย์ธรรมชาติบำบัด chloro mint.

merci sleeping mask คำถามสุดฮิตประจำสัปดาห์นี้ได้แก่ อาหารเสริม

merci sleeping mask คำถามสุดฮิตประจำสัปดาห์นี้ได้แก่ อาหารเสริมยี่ห้ออะไรที่กินแล้วขาวบ้าง สำหรับเรื่องความงามความสวยความงามอะไรทั้งหลายแหล่ ที่เราจะมาอัพเดตกันในวันนี้ เราจะมาพูดสั้นๆคร่าวๆกระชับ จับใจความได้ ง่ายๆแล้วจบแยก! นะคะเอาแบบความรู้เน้นๆเต็มๆ หลายๆคนนั้นมักจะถามว่าอาหารเสริมยี่ห้อไหนกินแล้วดีบ้าง ถ้าให้ตอบตอบเลยค่ะ ไม่รู้ค่ะ! จริงค่ะ ไม่รู้ค่ะเพราะดิฉันไม่ได้เป็นคนลองทุกๆยี่ห้อและอาหารเสริมบนโลกใบนี้มีเป็นล้านยี่ห้อเลยค่ะ ทำขึ้นมาผลิตขึ้นมาเรื่อยๆเพราะฉะนั้นตอบไม่ได้ค่ะ ถ้าถึงรู้ สมมุติว่าตัวฉันเองฉันใช้แล้วโอเค แต่ใช้กับคุณไม่โอเคแบบนี้ก็ไม่เวิคร์ใช่ไหมละคะ เพราะฉะนั้นตอบตามความจริงค่ะ ไม่รู้ ต้องลองเองค่ะ อาหารเสริมสมัยนี้มันมีเยอะแต่ถ้าให้แนะนำพอแนะนำได้ค่ะ แนะนำเป็นพวกที่มีส่วนผสมของผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น เกรพซีด ส่วนผสมของอาหารเสริมที่สกัดจากผัก แครอท มีส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติไม่เน้นพวกสารเคมีหรือสิ่งแปลกปลอมมากไป อันได้แก่กลูต้าเอย หรือสารต่างๆที่เป็นสารปรอท สารขาวต่างๆมากไป บางคนนั้นอยากจะขาวเน้นจะยัดแต่ กลูต้า หรือสารขาวๆทั้งหลายที่ต้องฉีดต้องกินจริงๆแล้วการจะขาวใช่ว่าจะต้องทำลายเม็ดสีเมลานินเสมอนะคะ ร่างกายเรามีการสร้างเม็ดสีเมลานินผิวในทุกๆวันเพราะฉะนั้นแล้วการไปทำลายก็เหมือนการฝืนธรรมชาติชั่วคราว ถ้าตัวยาหมดคุณก็จะกลับมาดำแบบนี้หรอคะ?? ถ้าคุณไม่ใช่สาวเก่งมีเงิน หรือทำงานด้านความงามวงการพริตตี้ จะต้องซื้อกินทุกเดือน ไหวไหมคะ เสียเงินกับค่ายาทุกเดือนตลอดชีวิต ก็ทำไมอ่ะ!อยากขาวหนิ ทำนองนั้น คงไม่ไหวมั้งคะ merci sleeping mask.

merci sleeping mask

merci sleeping mask แนะนำ ลองหาอาหารเสริมที่บำรุงพวก ผิวพรรณแต่เน้นเป็นพวกสารสกัดจากผัก จากผลไม้ธรรมชาติมีส่วนผสมของผลไม้หรือแลดูว่ามันไม่น่าจะช่วยเรื่องขาวได้ นั่นละค่ะ ตัวท็อปเลย ครีมเมอร์ซี่ เพราะการบำรุงที่ถูกวิธีคือบำรุงจากภายใน กลูต้ามันคือทางลัด แต่การจะขาวจริงๆคือต้องรู้จักบำรุง และสร้างเม็ดผิวที่ดีหรือปรับสภาพผิว กลูต้าจะไม่มีการปรับสภาพผิวค่ะเรียกว่าปรับไม่ได้เรียกว่าทำลายแหลกลูกเดียว อาหารเสริมบางตัวก็ทำลายแหลกลูกเดียวเช่นกัน แต่สำหรับ อาหารเสริมที่เน้นพวกธัญพืชหรือ สกัดจากผักผลไม้จากสารสกัดดีๆที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณความงามและสุขภาพด้วยนั้น นอกจากจะช่วยเรื่องขาวแล้วยังช่วยเรื่องสุขภาพเป็นกระบวนการการปรับสภาพผิวตามลำดับเพราะฉะนั้นมันแตกต่างกันมากค่ะ! คำตอบเลยคือแนะนำพวกอาหารเสริมเกี่ยวกับ การบำรุงมากกว่า เน้นขาวค่ะ ไม่ต้องเน้นมากไป เอาแบบบำรุงสุขภาพด้วยและได้ผิวพรรณที่ดีมีประโยชน์กับตัวเราด้วย เมอร์ซี่ สลิฟปิ้ง มาส์ก ทู

สำหรับการอบตัวเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคผิวขาวแบบง่ายๆเช่นกัน เครื่องอบตัวสมัยนี้หาซ้อได้ไม่ยากมีหลากหลายราคามากมายรวมถึงยังช่วยให้เรานั้นสามารถ สร้างผิวขาวกระจ่างใสได้พร้อมทั้งลดน้ำหนักได้ไปในตัว ผิวขาวสุขภาพดีใช่ว่าจะต้องมาจากการทาครีมเสมอไปนะคะเพราะว่าเรานั้นสามารถเริ่มต้นด้วยการอบตัวและการใช้สมุนไพรในการสร้างผิวขาวกระจ่างใสได้ด้วยเช่นกันการอบตัวนั้นเป็นหนึ่งในการสร้างผิวขาวแบบถาวรอย่างนึงที่สาวๆหลายๆคนนั้นอาจจะไม่ทราบ merci sleeping mask

สำหรับบ้านใครที่ไม่มีเครื่องอบตัวสมุนไพร ก็อาจจะต้องไปหาซื้อตามห้าง ราคานั้นก็มีตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น ถ้าราคาถูกๆหน่อยหลักพันก็สตาทร์ที่ 5 – 6 พัน ใช้เวลาอบตัวราวๆวันละ 1 – 2 ชั่วโมง ในช่วงระยะแรกเริ่มอาจจะใช้ระยะเวลาสักครึ่งชั่วโมงก่อนเพื่อปรับสภาพร่างกายอาจจะรู้สึกเหม็นกลิ่นสมุนไพรนิดหน่อยในช่วงแรกๆ แต่พอเริ่มชินหรือร่างกายปรับตัวแล้ว คุณจะชินไปเองกับสมุนไพร ไม่ต้องเกร็งปล่อยใจสบายๆไม่ต้องเครียด merci sleeping mask ทำตัวสบายๆทุกส่งทุกอย่างคือสบายๆ หลับตาลงเบาๆอาจจะเปิดเพลงสบายๆฟังก็ยังได้ รับรองว่าเพลินสุดๆ และรู้สึกสบายตัวจากนั้นก็อาบน้ำอาบท่าปกติ อาจจะหาซื้อน้ำแร่หรือน้ำนมก็ได้ สำหรับอาบน้ำเพื่อช่วยให้ผิวของท่านนั้นนุ่มและขาวกระจ่างใสมีน้ำมีนวล อยากจะมีผิวขาวเทคนิคอบตัวเป็นหนึ่งในเทคนิคที่เรานั้นแนะนำ เลยละเพราะว่า ซื้อเครื่องอบตัวครั้งเดียวเราสามารถใช้งานได้ระยะยาว ใช้งานได้ตลอด เพราะฉะนั้นมันคุ้มค่าแล้วละ

สำหรับระยะเวลาผลลัพธ์แน่นอนค่ะ ถ้าไม่เห็นผลลัพธ์จะทำไปทำไม จริงไหม? สำหรับระยะเวลานั้นก็ราวๆ 1 – 3 เดือนอีกเช่นเคยในช่วงแรกๆสภาพร่ากายนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนก่อน อาจจะยังไม่เห็นผลในช่วงแรกๆ แต่ต่อๆไปรับรองว่าเห็นผลลัพธ์แน่นอน ต้องให้ระยะเวลาและใช้ระยะเวลากับตัวเองสักนิดนึงพยายามทำให้ชินเป็นกิจวัตรประจำวันของตัวเอง ทำทุกวันๆ อบตัวในช่วงตอนบ่ายหรือว่า ตอนช่วง สัก 11โมงก็กำลังดีค่ะ ก่อนอาบน้ำ เพราะหลังจากอบเสร็จจะต้องอาบน้ำเพราะร่างกายนั้นจะร้อนมาก และการอบตัวนั้นช่วยเรื่องของธาตุทั้ง 5 ในร่างกายด้วยช่วยปรับสภาพเลือดลมและทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้นโลหิตของคุณนั้นไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้น สำหรับการอบตัวนั้นถ้ามือใหม่ แนะนำว่าให้อ่านคู่มือการใช้งานและคู่มือการประกอบเครื่องอบตัวด้วยนะคะ ประกอบให้ดีให้แน่นและมีความพร้อมใช้งานเพราะไม่อย่างนั้นมันอาจจะพังลงมาได้ถ้ามีการประกอบไม่ดีในช่วงอบตัว merci sleeping mask.

furefoo มนุษย์ทุกคนที่เกิดมานั้น ต้องเผชิญกับความแก่ชรา

furefoo มนุษย์ทุกคนที่เกิดมานั้น ต้องเผชิญกับความแก่ชรา และวัยที่ร่วงโรยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งแน่นอนความแก่นั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่างไรก็ตาม เราสามารถเลือกวิธีปฎิบัติที่ช่วยชะลอความแก่ได้ ซึ่งมีหลากหลายวิธีมาก ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ลดความเครียด กินผัก ผลไม้หรืออาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งการรับประทานอาหารนั้น ก็ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการบ่งบอกถึงความแก่ช้าหรือเร็วของคนเรา หากทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายก็สามารถช่วยชะลอความแก่ได้ แต่ก็ยังมีอาหารบางชนิดที่มีผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งภายในและภายนอกอีกด้วย ซึ่งอาจจะเรียกอาหารจำพวกนี้ว่า “อาหารที่ยิ่งกินยิ่งแก่เร็ว” โดยจะมีอาหารชนิดใดบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย 5 อาหาร ที่ยิ่งกินยิ่งแก่เร็ว อาหารจำพวกของทอดทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด หมูทอด ลูกชิ้นทอด ปาท่องโก๋ อาหารฟาสต์ฟู้ด อาทิ เฟรนช์ฟราย แฮมเบอร์เกอร์ และอาหารอีกมากมายที่ใช้น้ำมันในการทอด เนื่องจากไขมันจากน้ำมันนี่เอง เป็นตัวกระตุ้นทำให้หน้าแก่ก่อนวัย ใครที่ไม่อยากหน้าแก่ ลองหันมาทานอาหารประเภทต้มหรือนึ่งดูก็ช่วยได้ furefoo.

furefoo
furefoo เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แน่นอนสำหรับวัยที่ต้องมีพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง ก็เป็นธรรมดาที่ต้องดื่มในการเข้าสังคม แต่ทว่าการดื่มเป็นประจำนั้น ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพแน่นอน อีกทั้งยังส่งผลให้หน้าแก่ก่อนวัยอีกด้วย เฟอร์ฟู
อาหารรสจัดๆ นี่แหละตัวดี ไม่ว่าจะเปรี้ยวจัด หวานจัด เค็มจัด หรืออาหารที่มีรสชาติเผ็ดเกินไป ซึ่งการที่รับประทานอาหารที่มีรสจัดเกินความจำเป็น จะส่งผลให้กระเพาะของเราทำงานหนัก อีกทั้งยังส่งผลในเรื่องผิวพรรณ ทำให้ผิวเหี่ยวเร็วอีกด้วย ฉะนั้นควรปรุงอาหารแต่พอดี ไม่ควรปรุงรสจัดจนเกินไป furefoo
ของหวาน ก็ใช่ย่อย ไม่ว่าจะเป็นเค้ก ไอศกรีม บิงซู โรตี ช็อคโกแลต เป็นต้น ที่พูดมานี้เชื่อว่าต้องเป็นของโปรดสำหรับสาวๆหลายคนอย่างแน่นอน แต่ทว่าอาหารเหล่านี้มีปริมาณของน้ำตาลที่สูง ซึ่งน้ำตาลนี่เองถือเป็นปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ใบหน้าหรือผิวพรรณแก่ก่อนวัยได้
อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เวลาที่เราไปร้านสะดวกซื้อ อาหารส่วนมากจะเป็นพวกอาหารแปรรูปทั้งสิ้น ได้แก่ อาหารกระป๋อง อาหารที่ใช้สารปรุงแต่ง ซึ่งอาหารเหล่านี้มักจะใส่สารกันเสียเข้าไป เพื่อยืดระยะเวลาของอาหาร ซึ่งสารเหล่านี้เองมีส่วนทำให้ผิวหรือริ้วรอยตามมา
เราสามารถเลือกสิ่งดีๆให้กับตัวเองได้ โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ซึ่งถือว่าทำได้ไม่ยากเลย หากทำได้นั้น ผลดีก็จะเกิดกับตัวเราเองทั้งด้านสุขภาพและด้านจิตใจ

แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า “ห้ามกิน” นะคะ เพียงแต่ว่าลดปริมาณ หรือหลีกเลี่ยงไม่ทานเป็นประจำ เท่านี้ก็ดูอ่อนกว่าวัยแล้ว

การรับประทานอาหารที่ถูกหลักอนามัย ช่วยทำให้สุขภาพดี และยังช่วยปัดเป่าจากโรคภัยอันเกี่ยวกับความแก่ได้อีกด้วย

มันยากที่จะทำใจแต่ไม่มีหลีกเลี่ยงได้ เพียงแต่ชะลอวัยที่ร่วงโรยให้ช้าลงสักนิดก็ยังดี ฉะนั้นเราหันมาทานอาหารเพื่อสุขภาพ และชะลอความแก่กันเถอะ เรามาดูกันว่า …

อาหารชนิดใดบ้าง ที่ช่วยชะลอความแก่ ต้านความชรา

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

1. มันเทศ ฟักทอง และแครอต

คุณผู้หญิงรู้ไหมค่ะว่า ในผักผลไม้สีเหลือง สีส้ม อย่าง มันเทศ ฟักทอง และแครอต มีสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีประโยชน์และมีความจำเป็นมาก ต่อดวงตาและผิวหนังของเราค่ะ

นอกจากนี้ หากทานเป็นประจำ จะช่วยต่อต้านริ้วรอยบนผิวหน้าคุณผู้หญิงได้ด้วยค่ะ

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

2. มะเขือเทศ

เนื่องจาก ในมะเขือเทศมี “ไลโคปีน” ซึ่งในซอสมะเขือเทศที่เราทานก็มีนะคะ แต่ถ้าเลือกทานมะเขือเทศสดๆ คุณผู้หญิงจะได้รับไลโคปีนได้อย่างเต็มที่จากมะเขือเทศสดๆ ซึ่งมีมากกว่าในซอสมะเขือเทศแน่นอนค่ะ

นอกจากนี้ เมื่อทานมะเขือเทศบ่อยๆ จะช่วยลดอัตราความเสี่ยงต่อการเป็น โรคหัวใจ และโรคมะเร็งบางชนิด แล้วยังช่วยลดการเสี่ยงของโรคประสาทตาเสื่อมอีกด้วย

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

3. บล็อกโคลี่

ผักสีเขียวชั้นดีชนิดนี้มี “ซัลโฟราเฟน” ซึ่งจะช่วยชำระล้างสารพิษในร่างกายของคุณผู้หญิง ยิ่งเป็นบล็อกโคลี่อ่อนๆ

จะยิ่งมีคุณค่าทางโภชนาการมากด้วยค่ะ furefoo เหมาะแก่การนำมารับประทาน เพื่อให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

4. ผักโขม และผักใบเขียว

หากทานผักโขม และผักใบเขียวเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ถึง 11 เปอร์เซ็นต์

และในผักโขม ยังมีธาตุเหล็ก แอนตี้ออกซิแดนท์ และเซซานตินช่วยต่อสู้กับอาการสายตาที่แย่ลง และมักจะเกิดกับผู้สูงอายุ

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

5. ขิง ขมิ้น และเครื่องเทศ

ช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ถ้าคุณผู้หญิงคนไหนไม่อยากเป็น โรค อัลไซเมอร์ ก่อนวัยก็ลองหันมารับประทานเครื่องแทศชนิดนี้เยอะๆ นะค่ะ

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

6. ไข่ไก่

ถึงแม้ในไข่ไก่จะมี โคเลสเตอรอลสูงก็ตาม แต่ในไข่ไก่ก็ยังมี เกลือแร่ วิตามิน โปรตีน ครบถ้วน นอกจากนี้ ในไข่แดงยังอุดมไปด้วย “คาโรทีนอยด์” ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้อย่างดี

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

7. แอปเปิ้ล

การทานแอปเปิ้ลเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนเต็มที่นั้น ควรทานทั้งเปลือก ในแอปเปิ้ลมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องสมองจากการถูกทำลาย

ดังนั้น ถ้าคุณผู้หญิงคนไหนที่เคยทานแอปเปิ้ลแบบต้องปลอกเปลือก ลองหันมาทานแบบมีเปลือกกันดูดีกว่าค่ะ

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

8. บลูเบอร์รี่ และองุ่นม่วง

ในผลไม้สองชนิดนี้ มีสารที่ชื่อว่า “แอนโธไซยานิน” ช่วยกระตุ้นความจำ และการรับรู้ด้วยค่ะ ในบลูเบอรี่ และองุ่นม่วง ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องสมองจากการถูกทำลาย

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

9. ชาเขียว

ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และนอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้หญิงเมื่อมีอายุมากขึ้น

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

10. ช็อกโกแลต และโกโก้

ช็อกโกแลต โกโก้ ที่สาวๆ หลายๆ คน กลัวกว่า ทานแล้วจะมีสิวขึ้น อย่างที่เคยรู้มานั้น ในช็อกโกแลต และโกโก้ยังช่วยลดโคเลสเตอรอล และนอกจากนี้ ยังลดความเสี่ยงจากเลือดจับตัวเป็นก้อน

สำหรับอาหารต้านความแก่ ชะลอความชราเหล่านี้ ที่แนะนำกันไปนั้น ลองหามาซื้อ มารับประทานกันดูนะคะ furefoo.

แป้งบาบาร่า สาวๆ รู้หรือไม่ว่าพัฟฟ์ฟองน้ำ หรือ Brush ที่สาวๆ ใช้ควรนำมาทำความสะอาด

แป้งบาบาร่า สาวๆ รู้หรือไม่ว่าพัฟฟ์ฟองน้ำ หรือ Brush ที่สาวๆ ใช้ควรนำมาทำความสะอาดบ้าง อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เพราะทั้งบรัชและพัฟฟ์นั้นเมื่อสัมผัสบนใบหน้าอาจถูกคราบเหงื่อและความมัน ก่อให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นที่มาของสิวได้ โดยวิธีการทำความสะอาดนั้นเพียงแค่นำสบู่อ่อนๆมาล้างทำความสะอาด พัฟฟ์หรือบรัช ล้างออกโดยใช้น้ำอุ่น แล้วใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับให้แห้งแล้วนำไปวางไว้ในที่ที่ไม่ถูกแดดและอากาศ ถ่ายเท เพียงเท่านี้คุณก็จะได้พัฟฟ์และบรัชที่สะอาดเหมือนใหม่ใช้ตลอดแล้วค่ะ ฉะนั้นอย่าลืมหมั่นทำความสะอาดกันบ้างนะจ๊ะ สำหรับสาวๆ การเลือกใช้ประเภทของแป้ง อย่างเช่น แป้งฝุ่น แป้งฝุ่นอัดแข็ง หรือแป้งพัฟ (ผสมรองพื้น) ในการแต่งหน้าอย่างเหมาะสม ทำให้ผิวหน้านั้นดูเนียน และดูดีมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับสาวๆ ที่เป็นมือใหม่ในการแต่งหน้านั้น อาจยังไม่รู้ว่าแป้งแต่ละชนิด มีคุณสมบัติในการใช้งานแตกต่างกันอย่างไร โดยทั่วไปแล้ว แป้งผสมรองพื้น หรือที่รู้จักกันดีว่า แป้งพัฟ หรือ แป้งทูเวย์นั้น จะเหมาะสมกับการแต่งหน้าทั่วๆ ไป ที่ไม่ต้องการความละเอียดมากนัก เช่น การแต่งหน้าไปทำงานในชีวิตประจำวันทั่วๆ ไป หรืออาจเหมาะสมกับคนที่เร่งรีบ ไม่ค่อยมีเวลาในการแต่งหน้ามากนัก เพราะในส่วนผสมของเนื้อแป้ง จะมีรองพื้นอยู่ด้วย ทำให้สะดวกในการใช้งาน มีคุณสมบัติในการปกปิดปานกลาง หากลงแป้งหลายๆ รอบ ก็อาจจะช่วยในการปกปิดได้มากขึ้น แต่ถึงกระนั้น ข้อเสียของแป้งพัฟก็คือ อาจไม่ติดทนนานเท่ากับการใช้รองพื้นจริงๆ และผิวสัมผัสที่ได้ จะไม่เรียบเนียนเท่ากับการใช้รองพื้นที่มีเนื้อเหลว ที่สามารถแทรกซึมเข้าในส่วนร่องเล็กๆ ได้ดีกว่า แป้งบาบาร่า.

แป้งบาบาร่า
แป้งบาบาร่า สำหรับแป้งฝุ่นนั้น babalah

ได้ถูกออกแบบให้มีอณูที่เล็ก และมีความละเอียดกว่าแป้งฝุ่นสำหรับทาตัว หรือแป้งเด็ก

จึงทำให้มีความสามารถในการแทรกซึมไปกับริ้วรอย ร่องลึกต่างๆ บนใบหน้าได้ดีกว่า ซ้ำยังไม่อุดตันรูขุมขน

งานที่เหมาะสมของแป้งฝุ่นนั้น เหมาะสำหรับนำมาเซ็ทตัวในการรองพื้น หรือเรียกว่า เมคอัพเบส

เหตุผลเพราะ โดยส่วนมากรองพื้นหรือเมคอัพเบสเหล่านี้ จะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่ด้วย

เมื่อทำการทาลงไปบนผิวหน้าแล้ว ก็จะทำให้หลงเหลือความมันอยู่บนใบหน้า

ดังนั้น แป้งฝุ่นจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่ช่วยในการดูดซับความมันจากรองพื้นอย่างดี แป้งบาบาร่า
ปัจจุบัน การผลิตแป้งฝุ่นนั้น ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ง่าย และสะดวกในการใช้งานยิ่งขึ้น

เพราะในบางคน อาจมีอาการระคายเคืองกับละอองของแป้งฝุ่น ที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ

โดยแป้งฝุ่นชนิดนี้เรียกว่า “แป้งฝุ่นอัดแข็ง” ซึ่งถ้าสังเกตดูจากภายนอก

อาจจะไม่แตกต่างจากแป้งผสมรองพื้น แป้งบาบาร่า แต่แป้งฝุ่นอัดแข็งนั้น จะไม่มีส่วนผสมของรองพื้นอยู่

จึงมีความสามารถในการนำมาเซ็ทตัวรองพื้น ทั้งอยู่ในรูปแบบของการอัดแข็ง

จึงสะดวกกับการที่จะนำมาเติมในระหว่างวัน มากกว่าแป้งฝุ่นปกติด้วย

ส่วนแป้งเด็กนั้น

นอกจากใช้ทาตัวแล้ว สาวๆ หลายคนนิยมนำมาใช้ทาหน้า เพื่อดูดซับความมัน

อย่างสาวๆ หลายคนที่จำเป็นต้องแต่งหน้าเป็นประจำทุกวัน

ก็คือหลังจากที่ทำการลงมอยส์เจอไรเซอร์ และทากันแดดแล้ว

ให้ลองปัดแป้งเด็กก่อนที่จะทำการลงแป้งพัฟ จะช่วยเตรียมผิว

ให้มีความพร้อมก่อนการแต่งหน้า เพราะช่วยเรื่องของการดูดซับความมันได้

สำหรับข้อเสียของแป้งเด็ก อาจเกิดในบางกลุ่ม ที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน

แต่บางคนก็ใช้ได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

ทั้งนี้ไม่ว่าแป้งชนิดไหน
ก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้ หรือสิวอุดตันได้ และถ้าเกิดอาการแพ้ขึ้นมา

ควรหยุดใช้หรือเลิกใช้แป้งชนิดนั้นๆ ไป หรืออาจลองเปลี่ยนยี่ห้อ

รวมทั้งรักษาความสะอาดให้มากขึ้น ล้างเครื่องสำอางให้หมดจดทุกครั้งก่อนนอน

จะช่วยหลีกเลี่ยงอาการแพ้ต่างๆ ได้ และถ้ามีอาการแพ้มากๆ

ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังจะเป็นการดีที่สุดค่ะ แป้งบาบาร่า.

vite secrete plus ทำไมชายไทยถึงชอบผู้หญิงผิวขาว

vite secrete plus ทำไมชายไทยถึงชอบผู้หญิงผิวขาว แน่นอนว่าคำถามนี้หนุ่มๆ ไม่ต้องคิดมากที่จะตอบเลย เพราะแค่เอ่ยว่าผู้หญิงผิวขาว คำตอบก็ลอยขึ้นมาให้เต็มกันไปหมด ผิวขาวไม่ได้หมายความว่าสาวๆ จะดูสวยเพียงอย่างเดียว เพราะการที่เรามีผิวขาวนั่นหมายความว่าเวลาที่หนุ่มๆ เห็นเราในระยะไกล มันทำให้เราดูมีออร่า ดูสะอาดสะอ้าน น่าสัมผัส น่าแตะเนื้อต้องตัวยิ่งนัก ยิ่งเวลาที่สาวๆ ถ่ายภาพ อาจไม่ใช่กับหนุ่มๆ แต่เป็นในบรรดาหมู่เพื่อนด้วยกันเอง ถ้าเรายิ่งขาว เราก็ยิ่งดูดี เห็นได้ชัด ไม่ต้องไปพึ่งแอพลิเคชั่น หรือ Photoshop ให้เสียเวลาจริงรึเปล่าล่ะ บอกเลยว่าสไตล์ความชอบของหนุ่มๆ ในบ้านเรา หรือหนุ่มๆ เอเชียไม่เหมือนกับหนุ่มๆ ในแถบตะวันตกที่ชอบผู้หญิงผิวสีน้ำผึ้ง เพราะฉะนั้นทำผิวให้ขาวไว้ล่ะดีแล้ว ทำไมแสงแดดจึงทำให้ผิวคล้ำ ถ้าการอธิบายแบบธรรมดาคงจะยังไม่เห็นภาพ จะขอยกตัวอย่างการไปเที่ยวทะเลก็แล้วกัน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ทำให้เราบอกลาผิวขาวไปได้เลย เพราะเป็นสถานที่ที่เราจะโดนแดดได้ง่ายที่สุด ผิวคล้ำได้ง่ายที่สุด ซึ่งเมื่อเราโดนแดดร่างกายของเราก็จะสร้าง เม็ดสีเมลานิน ขึ้นใต้ชั้นผิวหนัง ยิ่งเราโดนแดดมากขึ้นเท่าไหร่ร่างกายก็จะยิ่งสร้างเม็ดสีเมลานินสะสมมากขึ้นเท่านั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวหนังได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงอาทิตย์ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อไหร่ตากแดดนานๆ เข้าทำให้เรามีสีผิวที่คล้ำขึ้นมากกว่าการโดนแดดอ่อนๆ vite secrete plus.

vite secrete plus

vite secrete plus สาวผิวขาว ไวท์ ซีคริท พลัส
7 วิธีทำให้ผิวขาวเนียนขึ้นใน 7 วัน
รู้สาเหตุกันไปแล้วว่าทำไมหนุ่มๆ ถึงได้ชอบสาวผิวขาวกันนัก อีกทั้งได้รู้ว่าผิวหนังของเราเกิดการคล้ำเสียได้อย่างไร คราวนี้ก็มาถึงวิธีการบำรุงรักษากันบ้าง อาจเรียกวิธีนี้ได้ว่าเป็นการเพิ่มความขาวให้กับผิวแบบ Fast Track ทำต่อเนื่องก็เห็นผลทันที มีการพิสูจน์มาแล้วจากผู้ที่ได้ลองทำเป็นประจำ แต่บอกไว้ก่อนว่าสูตรนี้เป็นสูตรเร่งรักและเห็นผลว่าผิวนั้นขาวขึ้นมาได้ 1/4 ของสีผิวเฉดเดิม มีอยู่ด้วยกันหลายขั้นตอนเลยทีเดียวล่ะ ไม่ยาก ลองมาเริ่มทำตามกันดู vite secrete plus

1. ช่วงเช้าๆ หลังจากตื่นนอน ให้สาวๆ กินน้ำมะเขือเทศปั่น 3 ลูก ต่อ 1 แก้ว ช่วงแรกอาจจะดูยาก ต้องฝืนกินสักน้อย แต่ทำบ่อยๆ ก็จะคล่องไปเอง
2. ขัดผิวด้วยสครัยขัดผิว อาจหาซื้อเป็นสครับสำเร็จรูปได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป หรือจะหาซื้อผงขมิ้นขัดผิว ครีมขัดผิว มะขามเปียก ผงขัดผิวว่านางคำ ซึ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้ก็เป็นสูตรในแบบฉบับตำราโบราณ ส่วนถ้าเป็นการขัดผิวในแบบสมัยใหม่จะใช้สครับยี่ห้ออะไรก็ได้ หรือทำมันขึ้นมาเองเลยก็ได้นะซึ่งเจ๋งมาก วัตถุดิบก็มี น้ำตาลทรายและน้ำผึ้งนำมาผสมกันในอัตราส่วน 1/1 มีกลิ่นหอม น่ากิน เมื่อผสมเสร็จแล้วก็นำมาใช้ขัดผิว 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยทำให้ผิวเราใสขึ้น ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกได้อย่างง่ายดาย
3. ทาครีมกันแดดที่มี SPF ตั้งแต่ 30 PA ++ ขึ้นไปในบริเวณใบหน้าและลำตัว แนะนำว่าบริเวณใบหน้าต้องลงที่ SPF 15 ก่อนเพื่อเป็น DNA Guard จากนั้นค่อยเพิ่มขึ้นไปทีละ 15 > 30 > 45 > 60 หรือถ้าจะให้ง่ายหน่อยก็เป็น SPF 15 > 30 > 60 ที่ต้องทาไว้หลายชั้นก็เนื่องจากพลังการปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลทก็จะมีเพิ่มมากขึ้น และให้ความรู้สึกมั่นใจกว่าเมื่อออกแดด อีกทั้งไม่ต้องทางซ้ำทุก 2 ชั่วโมงให้เปลืองเวลาด้วย การันตีว่าจะไม่ทำให้ผิวคล้ำ หรือหมองเวลาออกแดดอีกแน่นอน
4. หากสาวๆ คนไหนที่มีเวลาเยอะหน่อย แนะนำว่าให้หมั่นไปทำทรีทเมนต์บ่อยๆ เพื่อเป็นการรักษาชั้นผิวและบำรุงผิวพรรณให้ดีอยู่เสมอ ในกรณีคนที่เป็นสิวบ่อยสิวก็จะหายได้เร็วขึ้น vite secrete plus รวมถึงให้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Whitening , AHA / BHA , VitE , VitC โดยเฉพาะครีมที่กรดจำพวกกรดผลไม้ หรือกรดสังเคราะห์ก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกได้เป็นอย่างดี และทำให้ผิวขาว เรียบเนียนได้ไว
5. เรื่องของการดื่มน้ำเป็นวิธีที่สาวๆ ทำได้ง่ายที่สุด เพียงดื่มน้ำวันละ 8 – 10 แก้ว เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ขาดไมได้ เพราะการดื่มน้ำมากๆ เป็นประจำจะทำให้ผิวพรรณของเราเปล่งปลั่งจากภายใน อีกทั้งยังเป็นการขับของเสีย หรือสารพิษออกจากร่างกายด้วย ที่สำคัญไปมากที่สุด คือ ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 3 ครั้ง ต่อ สัปดาห์ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที
6. ต่อมาให้เริ่มรับประทานผักผลไม้เป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะแครอทและมะเขือเทศที่มีสารเบต้าแคโรทีนและไลโคปีนที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสารสีในผลไม้ประเภทนี้จะทำให้ผิวมีสีและมีเลือดฝากมากขึ้นเมื่อรับประทานในปริมาณที่มาก
7. สำหรับการทาครีมกันแดดต้องทาหลังจากที่อาบน้ำเสร็จ เพราะถึงแม้ว่าในวันที่ฝนตกหนัก หรือเมฆหนา UVB ก็ยังสามารถผ่านชั้นเมฆมา หรือสะท้อนคอนกรีตของบ้านเราได้ ฉะนั้น การที่เราอยู่บ้านเป็นเวลานาน ไม่ได้ออกไปไหน แต่เราก็สามารถที่จะดำ หรือผิวคล้ำเสียได้ แนะนำว่าให้ทาครีมกันแดดในช่วงก่อน 7 โมงก่อนออกแดด จากนั้นก็หลีกเลี้ยงการถูกแดดเป็นเวลสนานๆ โดยช่วงเวลา 10 โมง ถึง บ่าย 2 จะเป็นช่วงที่มีแดดจัดมากที่สุด vite secrete plus.

tomato amino plus วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติปริมาณ 1/2 ถ้วย

tomato amino plus วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติปริมาณ 1/2 ถ้วย มาผสมให้เข้ากันกับเกลือป่นเม็ดละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคนส่วนผสมให้เข้ากันแล้วนำมาสครับลงบนผิวหน้าอย่างเบามือ นวดวนไปมาด้วยปลายนิ้วเท่านั้น จากนั้นพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาด แนะนำให้สครับผิวหน้าด้วยสูตรจากโยเกิร์ตอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เกลือจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ในขณะที่โยเกิร์ตก็จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นไปพร้อมกัน สูตรนี้รับรองนอกจากผิวเนียนเกลี้ยงแล้ว ผิวหน้ายังขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ และไร้ปัญหาหมองคล้ำแน่นอน สูตรมาร์คหน้าด้วยดินสอพอง ดินสอพอง มีคุณสมบัติความเป็นแป้งละเอียดอ่อน เมื่อเรานำมาละลายผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ก็จะยิ่งก่อให้เกิดการผสานคุณค่าเป็นหนึ่งเดียวกัน ดินสอพองจะทำหน้าที่ดูดซับความมันและสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก โดยเฉพาะสาวคนไหนที่มีสิวบ่อย ผิวหน้าไม่เรียบเนียนเกลี้ยงเกลา ลองใช้สูตรพอกหน้าจากดินสอพองช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เลย tomato amino plus.

tomato amino plus

tomato amino plus วิธีมาร์คหน้าด้วยดินสอพอง อาหารเสริมมะเขือเทศ
นำดินสอพองสตุ 2-3 เม็ด มาผสมกับน้ำมะนาว 1/2 ผล คนส่วนผสมให้ละลายเข้ากัน จากนั้นนำมาพอกลงบนผิวหน้าจนทั่ว เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาด หากสาวๆ คนไหนมีปัญหาสิวผด หรืออยากให้ใบหน้าขาวผ่องใสก็สามารถหยดผงขมิ้นลงไปผสมเล็กน้อยได้ จากนั้นนำมาพอกหน้าตามปกติ สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าเนียนและผุดผ่องใส ปัญหาสิวก็จะไม่มาเยือน อีกทั้งยังช่วยดูดซับความมันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี เหมาะอย่างมากสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวหน้ามัน โทเมโท อะมิโน พลัส

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ หากที่ผ่านมาสัมผัสผิวหน้าทีไรก็พบแต่ความสากหยาบกร้านของผิว คราวนี้เรามาเรียกคืนผิวหน้าเรียบเนียนใสกลับคืนมาเป็นของคุณอีกครั้งกันเถอะ ด้วย 7 สูตรพอกหน้าเพื่อผิวเนียนดั่งที่เรานำมาฝาก แต่ละสูตรใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นหลัก จึงมั่นใจว่าปลอดภัยต่อผิวอันบอบบางของคุณอย่างแน่นอนค่ะ tomato amino plus

แตงกวา นอกจากเป็นผักเพื่อสุขภาพแล้ว สาวๆ รู้มั้ยคะว่าหากอยากมีผิวหน้าสวยใสไร้สิว แถมยังขาวเนียนเปล่งปลั่งแบบธรรมชาติ เราสามารถพอกหน้าด้วยแตงกวาได้เป็นประจำนะคะ ว่าแต่สูตรพอกหน้าจากแตงกวาจะมีสูตรใดช่วยแก้ปัญหาผิวใดได้บ้าง เราหยิบมาฝากกันแล้วดังนี้ค่ะ

แตงกวา พอกหน้า

มาร์คหน้าแตงกวาสูตรที่ 1 ลดสิวอักเสบ ทําให้หน้าใสไร้สิว

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1 ลูก

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 1
ปอกเปลือกแตงกวา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นปั่นให้ละเอียดแล้วแช่ตู้เย็นจนเย็น เสร็จแล้วนำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที จึงล้างออกให้สะอาด สูตรพอกหน้าด้วยแตงกวานี้จะช่วยลดสิวอักเสบ ลดเลือนความมันส่วนเกินบนใบหน้า ป้องกันไม่ให้เกิดสิวใหม่ นอกจากนี้ ยังช่วยกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวหน้าให้กระจ่างใสอย่างน่าสัมผัสอีกด้วย

พอกหน้าด้วยแตงกวา

สูตรที่ 2 ลดความมันบนใบหน้า กระชับรูขุมขนให้เล็กลง

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1 ลูก ไข่ขาว 1 ฟอง และมะนาว 1/2 ซีก

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 2
ปั่นแตงกวากับไข่ขาวและบีบน้ำมะนาวลงไปผสม ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดกลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้เหมาะสำหรับสาวผิวมันและผิวผสมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหน้ามัน รูขุมขนกว้าง ทำให้ใบหน้ามันเยิ้มและก่อให้เกิดสิวง่าย แนะนำให้หมั่นพอกหน้าด้วยสูตรนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ๆ ละ 2-3 ครั้ง ก็จะช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ ช่วยสมานผิวหน้า กระชับรูขุมขนให้เล็กลง ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนเปล่งปลั่งกระจ่างใส แถมผิวหน้ายังขาวขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

แตงกวาพอกหน้า

สูตรที่ 3 กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าสะอาดใสอย่างเกลี้ยงเกลา

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : น้ำแตงกวา น้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว และน้ำแตงโม อย่างละ 1 ช้อนชา

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 3
นำน้ำผักผลไม้ทั้งหมดมาผสมจนเข้ากัน แล้วชุบด้วยสำลีจากนั้นนำมาเช็ดบนใบหน้าเบาๆ เหมือนกับการใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดผิวนั่นเอง ทำเป็นประจำหลังจากล้างหน้าสะอาดดีแล้ว นอกจากจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าได้อย่างล้ำลึกขึ้นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เพราะน้ำผลไม้เหล่านี้ก็มีกรด AHA จากธรรมชาติที่จะช่วยให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าทำงานได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส ลดเลือนรอยดำจากสิว สมานผิวและช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงได้

พอกหน้าด้วยแตงกวา

มาร์คหน้าแตงกวาสูตรที่ 4 บํารุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก และโยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 4
ล้างแตงกวาให้สะอาด ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ ปั่นรวมกันกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เมื่อได้ส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้ว จากนั้นนำมาพอกหน้าปล่อยไว้ประมาณ 20-30 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น สำหรับสูตรแตงกวาพอกหน้านี้ แตงกวาและโยเกิร์ตจะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น ผิวปราศจากความแห้งและหยาบกร้าน แถมยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

พอกหน้าด้วยแตงกวา

พอกหน้าแตงกวาสูตรที่ 5 ฟื้นบำรุงผิวไหม้เสียจากแสงแดด

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก นมสดหรือนมเปรี้ยว 1 ถ้วย

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 5
นำแตงกวามาปั่นรวมกับนมสดหรือนมเปรี้ยว เมื่อได้ส่วนผสมที่กลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ให้นำมาพอกลงบนผิวที่มีปัญหาไหม้แดงจากแดด หรือแม้แต่ผิวคล้ำเสียจากแสงแดดก็สามารถใช้สูตรแตงกวานี้ได้เช่นกันค่ะ โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น ก็จะช่วยให้ผิวสดชื่นขึ้น tomato amino plus ผิวมีสุขภาพดีและช่วยปลอบประโลมอาการไหม้แดงจากแดดได้มากขึ้นแน่นอน

แตงกวาพอกหน้า

แตงกวาพอกหน้าสูตรที่ 6 บํารุงผิวหน้าให้ขาวใสไร้สิว

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก และมะนาว 1/2 ซีก

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 6
ปอกเปลือกแตงกวาออก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วปั่นให้ละเอียดรวมกับน้ำมะนาว เมื่อได้ส่วนผสมที่ละเอียดแล้ว ให้นำมาพอกหน้าจนทั่ว โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สำหรับสูตรพอกหน้าแตงกวานี้ เราผสมกับน้ำมะนาวลงไป น้ำมะนาวมีกรด AHA จากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสมากขึ้น เมื่อนำมาผสานคุณค่ารวมกันกับแตงกวาที่มีส่วนช่วยลดสิวอักเสบและป้องกันการเกิดสิวได้ดีแล้ว จึงยิ่งจะทำให้สาวๆ มีผิวหน้าขาวใสไร้สิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ หมั่นพอกเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รับรองค่ะว่าผิวหน้าสาวๆ จะขาวกระจ่างใส ไร้ความมันส่วนเกิน แถมผิวยังเปล่งปลั่งดั่งใจจนใครๆ ก็ต้องทัก

แตงกวาพอกหน้า

แตงกวาพอกหน้าสูตรที่ 7 ลดรอยสิว และลดความมันบนใบหน้า

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : น้ำแตงกวา และน้ำมะเขือเทศ อย่างละ 2-3 ช้อนโต๊ะ

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 7
เริ่มจากปั่นเอาน้ำแตงกวาและน้ำมะเขือเทศมาผสมรวมกันอย่างละประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นเวลาใช้ให้จุ่มด้วยสำลีก้อนกลม แล้วนำมาทาลงบนผิวหน้าเป็นประจำทุกวัน แนะนำให้ทาหลังจากล้างหน้าสะอาดแล้วก่อนเข้านอน พอกหน้าทิ้งไว้เช่นนั้นประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้จะช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนผิวหน้าได้ เนื่องจากมะเขือเทศมีคุณสมบัติช่วยให้รูขุมขนกระชับเล็กลง ทำให้น้ำมันหลั่งออกจากรูขุมขนลดน้อยลงไป และแตงกวาก็มีคุณสมบัติเป็นมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติที่จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้สดชื่นเปล่งปลั่งกระจ่างใส และยังช่วยปลอบประโลมผิวได้ดีอีกด้วย หากนำส่วนผสมนี้มารวมกันจึงยิ่งช่วยให้ผิวหน้าไร้ปัญหาความมัน ลดเลือนรอยสิว และช่วยคืนความสดชื่นให้แก่ผิวหน้าจนคุณสัมผัสได้

สูตรพอกหน้าด้วยแตงกวา

แตงกวาพอกหน้าสูตรที่ 8 ลดสิว ป้องกันการเกิดสิวใหม่

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 8
ปั่นแตงกวารวมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้งจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อได้ส่วนผสมที่ละเอียดเข้ากันดีแล้ว ให้นำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรพอกหน้าแตงกวานี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ เพราะจะช่วยลดการอักเสบของสิว และช่วยป้องกันการเกิดสิวเม็ดใหม่อย่างได้ผล แถมยังช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น ปราศจากปัญหาผิวแห้งหรือหยาบกร้านได้ด้วย ผิวหน้าจะนวลเนียนใสดั่งใจทีเดียว

สูตรพอกหน้าด้วยแตงกวา

สูตรที่ 9 ปลุกผิวให้สดชื่น มีน้ำมีนวลเปล่งปลั่ง

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ tomato amino plus.

ozee flora detox ใครที่รู้จักคำว่า “ดีท็อกซ์” คงจะเคยได้ยินถึงข้อดีของมันมาบ้าง

ozee flora detox ใครที่รู้จักคำว่า “ดีท็อกซ์” คงจะเคยได้ยินถึงข้อดีของมันมาบ้าง พูดกันง่ายๆ ก็เหมือนกันกับการล้างพิษ ล้างสิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย ทำแล้วเชื่อกันว่าทำให้ระบบภายในร่างกายใสสะอาด ปราศจากเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือสิ่งหมักหมมต่างๆ ที่ทำให้ร่างกายสกปรก หรือทำให้เป็นโรคภัยต่างๆ โดยทำแล้วสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกายทั้งหลายจะไหลออกมาพร้อมกับอุจจาระ ด้วยความเชื่อนี้ จึงทำให้หลายคนหันไปทำดีท็อกซ์กันเป็นว่าเล่น มีสูตรดีท็อกซ์แพร่หลายตามโลกออนไลน์ต่างๆ มีสมุนไพรที่โฆษณาว่าช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย รวมไปถึงทัวร์ล้างพิษตับไตที่ตามสถาบันต่างๆ จัดขึ้นอีกด้วย จึงมีหลายคนหลวมตัวไปเข้าคอร์สดังกล่าว หรือจำสูตรมาทำเองที่บ้าน จนเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต วิธีดีท็อกซ์ร่างกายแบบไหนควรหลีกเลี่ยงด่วนๆ 3 วิธีดีท็อกซ์ ล้างพิษตับผิดๆ ที่ห้ามทำ อันตรายถึงชีวิต ozee flora detox.

ozee flora detox

ozee flora detox 1. อดอาหาร ทานได้แต่อาหารบางประเภทที่เชื่อว่าช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย โอซี ฟลอร่า ดีท็อกซ์
การอดอาหารแล้วทานอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว เช่น ดื่มแต่น้ำมะนาวโซดา น้ำมะพร้าว น้ำใบย่านาง หรือทานแต่ผลไม้ล้วนๆ นอกจากจะไม่ได้ช่วยดีท็อกซ์ร่างกายอย่างแท้จริงแล้ว ยังทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร หนำซ้ำยังอาจทำให้หมดพลังงาน ไม่มีแรง หน้ามืด ตาลาย น้ำตาลในเลือดต่ำ ยิ่งใครที่ทานแต่ของที่ทำให้ถ่าย อาจเกิดอาการช็อคจากการขาดน้ำจนเสียชีวิตได้

2. สวนรูทวารหนัก

ใครที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย อึดอัดท้องอยากถ่ายแต่ไม่ถ่าย อาจเลือกวิธีสวนรูทวาร โดยการสอดสายน้ำเกลือที่บรรจุของเหลวอย่างน้ำ หรือน้ำกาแฟเข้าไป จริงๆ แล้วด้วยวิธีที่ทำไม่ถือว่าผิด แต่หากคนที่ทำไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ดีพอ รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจไม่สะอาดพอ อาจทำให้ติดเชื้อจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน ozee flora detox

นอกจากนี้การสวนรูทวารหนักจะทำให้มีอุจจาระออกมาในปริมาณมาก ไม่ได้หมายความว่าเป็นการดีท็อกซ์ลำไส้จนสะอาดหมดจดอย่างที่คิด แต่เป็นการกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่มากจนเกินไป และหากล้างลำไส้บ่อยๆ อาจทำให้ลำไส้สูญเสียแบคทีเรียในกระเพาะอาหารที่มีประโยชน์ในการช่วยขับถ่ายออกไป ozee flora detox ทำให้ในอนาคตร่างกายอาจทำการขับถ่ายด้วยตัวเองไม่ได้ จนต้องใช้วิธีสวนไปตลอด

3. ล้างพิษตับด้วยสารพัดสูตร

ตับเป็นอวัยวะที่ช่วยคัดกรองสารพิษเพื่อขับออกจากร่างกายก็จริง แต่การล้างพิษตับด้วยการทานอาหารบางอย่าง เช่น น้ำมันมะกอก และดีเกลือ ไม่ได้ช่วยล้างพิษในตับอย่างที่เข้าใจกันได้ เพราะดีเกลือช่วยให้ขับถ่ายคล่องขึ้น และน้ำมันมะกอกจะปะปนออกมากับอุจจาระ จึงทำให้คนที่ทานทั้ง 2 อย่างคิดว่าทานแล้วช่วยดีท็อกซ์เอาอุจจาระ และไขมันออกมา ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิดเต็มๆ

หากอยากดีท็อกซ์ร่างกายอย่างถูกวิธีจริงๆ เลือกทานอาหารที่มีกากใย เส้นใยอาหารตามธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ อย่างมะละกอสุก ลูกพรุน ธัญพืช ข้าวกล้อง หรืออาจจะเป็นน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่า ดื่มในตอนเช้า แต่ยังทานอาหารครบ 5 หมู่ทุกมื้อ และไม่สวนทวาร สวนลำไส้บ่อยเกินความจำเป็น ทางที่ดีหากไม่เคยสวนทวาร สวนลำไส้ด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน และท้ายที่สุด ดื่มน้ำให้มากๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ ไม่ต้องง้อคอร์สดีท็อกซ์ที่ไหนแน่นอนค่ะ ozee flora detox.

ตังถั่งเช่า อ้วยอัน ถั่งเช่าพบได้ในแถบทุ่งหญ้าบนภูเขาประเทศจีน (ธิเบต) เนปาล และภูฏาน

ตังถั่งเช่า อ้วยอัน ถั่งเช่าพบได้ในแถบทุ่งหญ้าบนภูเขาประเทศจีน (ธิเบต) เนปาล และภูฏาน ระดับความสูง 10,000-12,000 ฟุต จากระดับน้ำทะเล ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยง ซึ่งส่วนใหญ่เพาะในบริเวณภาคใต้ในมณฑลชิงไห่ เขตซางโตวในธิเบต มณฑลเสฉวน ยูนนาน และกุ้ยโจว การเก็บถั่งเช่าจะเก็บในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ เมื่อขุดตัวหนอนขึ้นจากดินแล้ว ล้างน้ำให้สะอาด แล้วตากแห้ง การเก็บรักษา ควรเก็บไว้ในที่แห้ง “ถั่งเช่า” ถือได้ว่าเป็นยาสมุนไพรที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศจีนนานนับศตวรรษ มีสรรพคุณทางยาแผนโบราณที่ใช้กันแพร่หลายในประเทศจีนในเรื่องของกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ และใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงอวัยวะภายใน เช่น ปอด ตับ และไต เป็นต้น องค์ประกอบทางเคมีของถั่งเช่า ถั่งเช่าอุดมไปด้วยสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ได้แก่ โพลีแซคคาไรด์ (galactomannan), นิวคลีโอไทด์ (adenosine, cordycepin), cordycepic acid, กรดอะมิโน และสเตอรอล (ergosterol, beta-sitosterol) นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหารสำคัญอื่น ๆ เช่น โปรตีน วิตามินต่างๆ ( Vit E, K, B1, B2 และ B12) และแร่ธาตุต่าง ๆ (โพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี และซิลิเนียม) เป็นต้น ตังถั่งเช่า อ้วยอัน.

ตังถั่งเช่า อ้วยอัน
ตังถั่งเช่า อ้วยอัน รายงานการวิจัยในคน ตังถั่งเช่า พลัส
ถึงแม้ว่า “ถั่งเช่า” มีการใช้อย่างแพร่หลายและมีราคาสูง แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาในคนอย่างเป็นระบบมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นกรณีศึกษาเท่านั้น ตัวอย่างเช่น
กรณีศึกษาฤทธิ์ต่อการกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ พบว่าการวิจัยในผู้ชาย 22 คน ใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริม พบว่าช่วยเพิ่มจำนวนของสเปิร์มในอสุจิได้ 33% และมีผลลดปริมาณของสเปิร์มที่ผิดปกติลง 29% และมีอีกกรณีศึกษาในผู้ป่วยทั้งชายและหญิง 189 คน ที่มีความต้องการทางเพศลดลง พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยทำให้อาการและความต้องการทางเพศสูงขึ้น 66% นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสนับสนุนว่าการรับประทานถั่งเช่าจะช่วยปกป้องและช่วยให้การทำงานของต่อมหมวกไต ฮอร์โมนจากต่อมไทมัส และจำนวนของสเปิร์มที่สามารถปฏิสนธิได้เพิ่มขึ้น 300 % และช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศของผู้หญิงได้ 86% ตังถั่งเช่า อ้วยอัน
กรณีศึกษาฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยทำการศึกษาในผู้ชาย 5 คน (อายุเฉลี่ย 35 ปี) ที่ถุงลมถูกกระตุ้นให้อักเสบด้วย lipopolysaccharide (LPS) พบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดการสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น interlukin-1beta (IL-1beta), interlukin-6 (IL-6), interleukin-8 (IL-8), interleukin-10 (IL-10) และ tumor necrosis factor-alpha (TNF-alpha) ได้ จึงส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น
กรณีศึกษาฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยการให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานถั่งเช่าปริมาณ 3 กรัม/วัน พบว่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95% ในขณะที่กลุ่มที่รักษาด้วยยาแผนปัจจุบันสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้เพียง 54%
กรณีศึกษาฤทธิ์ต่อการฟื้นฟูระบบการทำงานของไต โดยให้ผู้ป่วยภาวะไตวายเรื้อรังรับประทานถั่งเช่าปริมาณ 3-5 กรัม/วัน พบว่าถั่งเช่าทำให้การทำงานของไตมีประสิทธิภาพดีขึ้น และพบว่าหลังจากให้ผู้ป่วยรับประทานถั่งเช่าต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน 1 เดือน สามารถช่วยลดอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดจากภาวะไตวาย ได้แก่ ลดความดันโลหิต ลดระดับโปรตีนในปัสสาวะ ลดการเกิดภาวะโลหิตจาง และช่วยเพิ่มเอนไซม์ superoxide dismutase (SOD) ซึ่งป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีรายงานว่าการให้ผู้ป่วยที่การทำงานของไตบกพร่องจากการใช้ยา gentamicin รับประทานถั่งเช่า 4.5 กรัม/วัน มีผลทำให้ระบบการทำงานของไตดีขึ้นเป็นปกติ 89 % เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมหลังจากรับประทานถั่งเช่าภายใน 6 วัน

การศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
เป็นการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง ตังถั่งเช่า อ้วยอัน พบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ปรับสมดุลของร่างกาย กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านมะเร็ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น
ข้อควรระวัง
ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ จะไปเสริมฤทธิ์กับยาลดน้ำตาลในเลือด
ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่มป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด
ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน (immunosuppressive) ทั้งนี้เพราะว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

“ถั่งเช่า” ถือได้ว่าเป็นสมุนไพรสุดฮิตในปัจจุบัน เป็นการใช้ตามสรรพคุณของภูมิปัญญาที่มีมานานกว่าศตวรรษ แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะการศึกษาทางคลินิกยังมีน้อย ฉะนั้นการใช้ถั่งเช่าจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะ ถั่งเช่ามีราคาสูงมาก ทั้งนี้ยังพบว่าในท้องตลาดมีถั่งเช่าหลายระดับคุณภาพมาก ตามภูมิปัญญาของจีนมีการจัดคุณภาพของถั่งเช่าเป็น 3 ระ ดับ ระดับที่ดีที่สุด ความยาวของตัวเห็ดจะเท่ากับความยาวของตัวหนอน (ประมาณ 3-4 เซนติเมตร) ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าสีทองซึ่งเป็นเห็ดสกุลเดียวกับตังถั่งเช่า (Cordyceps) แต่คนละชนิด (species) และมีการกล่าวอ้างว่ามีคุณภาพดีกว่าตังถั่งเช่า ซึ่งจะต้องมีการศึกษาพิสูจน์ต่อไป นอกจากนี้ขนาดบริโภคของผู้ใหญ่ (อายุมากกว่า 18 ปี) ในแต่ละวัน ประมาณ 3-9 กรัม ชงกับน้ำร้อน หรือประกอบอาหาร ขนาดการใช้ที่มากเกินไปอาจจะก่อเกิดผลเสียได้ การใช้ในหญิงมีครรภ์ หญิงในนมบุตร และในเด็ก ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ และห้ามใช้ในคนที่แพ้เห็ด Cordyceps ผู้ป่วยที่มีอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และผู้ป่วยที่มีการเต้นของหัวใจผิดปกติ ฉะนั้นจึงควรระมัดระวังในการใช้และควรมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการใช้ถั่งเช่าในการรักษาโรคเพื่อความปลอดภัยและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค

ถั่งเช่า หรือ ตังถั่งเช่า สมุนไพรจีนสรรพคุณล้ำค่า ทั้งบำรุงสุขภาพ แถมรักษาอาการเจ็บป่วยได้เป็นอย่างดี ของดี ๆ ที่คู่ควรกับสุขภาพ

เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้การรักษาแบบแพทย์แผนจีนยังคงได้รับความนิยม ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของสมุนไพร ซึ่งสมุนไพรแต่ละชนิดที่ถูกนำมาใช้ก็อุดมไปด้วยคุณค่าและประโยชน์เพื่อสุขภาพ และหนึ่งในสมุนไพรที่ถูกขนานนามว่าเป็นสุดยอดสมุนไพรจีนก็ต้องยกให้กับ ถั่งเช่า สมุนไพรราคาสูงที่มีรูปร่างหน้าตาแปลก แต่กลับเต็มไปด้วยฤทธิ์ในการรักษาโรคโดยเฉพาะรักษาอาการเสริมสมรรถภาพทางเพศ ฉะนั้นเราลองมาทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดนี้กันให้มากขึ้นกันเลยดีกว่า ถั่งเช่า ตังถั่งเช่า อ้วยอัน.

โสมเกาหลี สกัด 10 ปฏิกิริยาทางสรรพคุณของโสมเกาหลี ปฏิกิริยาต่อระบบประสาทส่วนกลาง

โสมเกาหลี สกัด 10 ปฏิกิริยาทางสรรพคุณของโสมเกาหลี ปฏิกิริยาต่อระบบประสาทส่วนกลาง โสมมีสรรพคุณต่อการกระตุ้นโดยทั่วไปต่อระบบการทำงานของเส้นประสาท และการทำงานโดยขบวนการกระตุ้นและยับยั้งในส่วนเนื้อของสมองใหญ่ (Cerebral – Cortex) เพื่อยกระดับการตอบสนองทั้งสองด้านของสมองให้สูงขึ้น โสมยังมีปฏิกิริยา ในการบำรุงกำลังและมีผลในการกระตุ้นที่สำคัญต่อเนื้อเยื้อที่สำคัญของร่างกาย ทำให้มีผลในทางที่ดีต่อระบบการตอบสนองที่เกี่ยวข้องกับการทำงานหลายอย่างของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งปฏิกิริยาเหล่านี้มีประสิทธิภาพต่อ ความอ่อนเพีลย การนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร และยังมีประโยชน์สำหรับโรคประสาท ความไม่สบายทางจิตใจ หรือโรคจิตเภทภาวะการอักเสบของสมอง (Encephalitis Condition) ที่ตามด้วยความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ปฏิกิริยาต่อความดันโลหิต โสมมีผลในการลดความดันโลหิตที่เกิดจากการระงับการทำงานของส้นสมองคู่ที่ 10 (Vagus nerve) แต่ผลนี้ถูกยับยังโดยสิ้นเชิงในสัตว์ที่ได้รับการทดลอง อะโทรปิน (Atropion) โสมมีผลที่แยกออกจากกันของ อีสตานีนและทิโรโตนิน (Hystamin& Terotonin) และลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดที่เกี่ยวกับความสูง และมีผลในทางป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว โสมเกาหลี สกัด.

โสมเกาหลี สกัด
โสมเกาหลี สกัด ปฏิกิริยาต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูง โสมเกาหลี อ้วยอัน
โสมเกาหลีมีผลสำหรับโรคเบาหวานและยับยั้งภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงเนื่องจากการหลั่งของฮอร์โมนอะดรีนาลิน (Adrenalin) และการกินอาหารซึ่งโสมจะช่วยควบคุมระบบการเผาผลาญอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรด (Metabolism of Carbohydrates) และการกระตุ้นการสร้างอินซูลิน ginseng herbal one
ปฏิกิริยาต่อเม็ดเลือด
โสมมีประสิทธิภาพช่วยฟื้นฟูระบบความต้านทานที่อ่อนแอให้กลับแข็งแรงเป็นปกตินักวิจัยพบว่าโสมมีผลให้ระบบภูมิคุ้มกันมีขีดความสามารถถึงระดับสูงสุด ทั้งในส่วนของเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ป้องกันและในส่วนแอนติบอดี้ที่เป็นอาวุธของเซลล์เม็ดเลือดขาว เรื่องของโสมเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักวิจัยว่าช่วยบำรุงเลือดช่วยเร่งการผลิตไขกระดูกให้เร็วขึ้น โสมมีขีดความสามารถในการกระตุ้นร่างกายให้ผลิตสารต่อต้านการติดเชื้อในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นซึ่งสารตัวนี้มีชื่อเรียกว่า โปรตีนคุ้มกันต่อต้านเชื้อไวรัส นั้นเอง โสมเกาหลี สกัด
ปฏิกิริยาต่อระบบความดัน
การไหลเวียนของโลหิต และลดปริมาณคอเสลเตอรอล การวิจัยแสดงให้เห็นว่าโสมเป็นตัวช่วยเสริมของระบบกำจัดและป้องกันโรคที่เกิดจากการไหลเวียนของเลือดได้ในภาวะที่ร่างกายเกิดความดันโลหิตสูงโสมมีผลทำให้ความดันลดลงได้เล็กน้อย แต่ในรายที่ภาวะความดันโลหิตต่ำโสมจะแสดงสรรพคุณทำให้ความดันต่ำกลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว ผลทางคลินิคของโรงพยาบาลของจีนพบว่าโสมมีความจำเป็นฉุกเฉินต่อการฟื้นฟูความดันโลหิต และป้องกันไม่ให้คนไข้เกิดอาการช็อกในรายที่เสียเลือดมาก การวิจัยสรรพคุณโสมในโซเวียดและเยอรมันพบว่า โสมจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญของเสียในร่างกายและช่วยให้ระบบเมตาบอลิซึ่มสามารถทำหน้าที่ได้อย่างปกติ การรายงานของ ดร. เอลสัน แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนชินระบุว่า “โสมมีสรรพคุณสูงสุดในการลดระดับคอเลสเตอรอลในสัตว์ทดลอง”
ปฏิกิริยาต่อสมรรถนะทางเพศ
สรรพคุณอันเลื่องลือสูงสุดของโสมอีกอย่างคือ เพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้กับพลังทางเพศ ข้อมูลในประเด็นนี้ปรากฏชัดเจนว่าโสมมีสรรพคุณกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยพบว่า กลีโคไซด์ ที่มีในโสมสามารถกระตุ้นการเติบโตของอวัยวะเพศในสัตว์ที่อายุยังน้อยโสมมีฤทธิ์กระตุ้นต่อมลูกหมากให้แข็งแรงเพื่อผลิตเชื่ออสุจิได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปฏิกิริยาต่อความเสื่อมสภาพของเซลล์
โสมมีสรรพคุณเทียบเท่าได้กับฮอร์โมนตัวหนึ่ง โสมเกาหลี สกัด แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ โสมมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนของตัวเอง เพื่อเพิ่มพูนความต้านทานให้แก่ร่างกายทำให้ช่วยชะลอความเลื่อมถอยของร่างกายลงได้ และยังพบว่าโสมมีสรรพคุณต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ รวมทั้งยังสามารถชะลออายุของเซลล์ชะลอการแยกตัวของเซลล์ออกจากเนื้อเยื่ออีกด้วย
ปฏิกิริยาเร่งการฟื้นฟูสุขภาพของคนไข้
คุณสมบัติของโสมที่มีต่อการกระตุ้นให้ร่างกายเสริมสร้างและเพิ่มภูมิคุ้มกัน อันเป็นการฟื้นฟูและป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ช่วยเร่งการสร้างเม็ดเลือดขาวและซ่อมแซมเซลล์ที่บกพร่องต่างๆ ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นสุขภาพจิตดีขึ้น ทำให้คนไข้ในระหว่างพักฟื้นฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
ปฏิกิริยาต่อการพิ่มสมรรถนะการทำงานของร่างกาย
คุณสมบัติต่อต้านความเมื่อยของโสมทำให้ร่างกายสามารถปลดปล่อยพลังงานออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะทำงานหรือออกกำลังกาย สารพลังงาน ATP. และไกลโคเจนในกล้ามเนื้อจะถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว และเกิดกรดแลกติกขึ้นอย่างมากมาย เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อมีอาการเมื่อยล้าซึ่งโสมจะช่วยให้ผนังเซลล์ดูดซึมออกซิเจนเพิ่มขึ้นจากปกติถึง 21% ส่งผลให้ขบวนการเผาผลาญภายในร่างกายเพิ่มมากขึ้นร่างกายจึงปลดปล่อยพลังงานได้มากขึ้น โสมยังช่วยในการปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้กลับคืนสู่สภาพปกติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ร่างกายเหน็ดเหนื่อยช้าลง มีความทนทานต่อการทำงาน การออกกำลังกายหรือการประกอบกิจกรรมต่างๆ ได้ยาวนานขึ้น
ปฏิกิริยาต่อการขจัดสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย (ขจัดสารพิษในร่างกาย) สาร “ซาโปนิน” ในรากโสม คือสารประกอบสำคัญใน
โสมที่มีหน้าที่ขับถ่ายสารพิษ ทำความสะอาดโลหิตและหลอดเลือด ซึ่งมีคุณสมบัติละลายในน้ำ และน้ำมัน ทำให้เกิดฟองมาก เช่น เดียวกับหลักการทำงานของสบู่ ในการชำระล้างความสกปรกต่างๆ และสรรพคุณในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เช่น สารพิษต่างๆ เอ็นโดท็อกซิน ปรอทในรูปสารอินทรีย์ แค๊ดเมี่ยม ไขมันไฮเปอร์ออกไซด์ อาธีโรม เป็นต้น โสมเกาหลี สกัด.