kinto detox การเตรียมตัวก่อนล้างพิษตับต้องทำร่างกายให้แข็งแรง

kinto detox การเตรียมตัวก่อนล้างพิษตับต้องทำร่างกายให้แข็งแรง และจิตใจต้องพร้อมเต็มที่ในการปฎิบัติอาการหลังล้างพิษตับอาการหลังล้างพิษจะรู้สึกอ่อนเพลีย อย่าตกใจเป็นอาการปกติ (เพราะเราอดอาหารมา 2 วัน)ให้รับประทานอาหารอ่อนๆ 3 วัน หลังจากนั้นค่อยรับประทานอาหารตามปกติและทำดีท็อกซ์เช้า – เย็น 7 วันต่อเนื่องความถี่ในการล้างพิษตับการล้างพิษตับแบบสูตรสั้นนี้ สามารถทำได้ 1 ครั้งต่อ 2 สัปดาห์ไม่ควรทำเกินนี้ เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียมากเกินไปบทสรุปหลักสูตรจากบ้านสุขภาพล้างพิษตับวิธีการล้างตับ (Liver Flushing) คือการขับสารพิษออกจากตับโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องกินยา สามารถทำได้เองที่บ้านและได้ผลจริง … ซึ่งจะช่วยเรื่องสิว ผิวพรรณและโรคต่างๆอีกมากมาย โดยวิธีการล้างพิษออกจากตับด้วยกระบวนการธรรมชาติบำบัดนี้มีหลายสูตรหลายวิธีการด้วยกัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศสำหรับในประเทศไทย สูตรล้างพิษตับ (สูตรสั้น) ของ อ.ขวัญดิน นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งสูตรในหลายๆวิธีล้างตับ ที่ได้ผ่านการทดลองและทดสอบกับผู้คนมากมาย จนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นหลักสูตรที่ได้ผลจริง ซึ่งได้มีการเผยแพร่สูตรล้างพิษตับนี้ออกไปอย่างกว้างขวางในกลุ่มคนไทยผู้สนใจในการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดดังจะเห็นได้ว่ามีศูนย์ มีค่าย มีคอร์ส เกี่ยวกับการล้างพิษตับนี้ เปิดขึ้นเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน ซึ่ง บ้านสุขภาพเขาใหญ่ และ บ้านสุขภาพปทุมธานี ก็เป็นค่ายล้างพิษตับหนึ่งที่ใช้หลักสูตรนี้ kinto detox.

kinto detox

kinto detox สรุปภาพรวมของการมาเข้าคอร์สล้างพิษตับ คินโตะ

เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ การมาเข้าค่ายล้างพิษตับนั้น สรุปภาพรวมโดยสังเขปแล้ว ก็คือ
1. การอดอาหาร
2. ดิ่มน้ำสมุนไพรและสารที่ช่วยขับพิษต่างๆ (ดีท็อกซ์)
3. ทีมงานจะสอนและอธิบายวิธีการต่างๆให้ความรู้ในการล้างพิษตับและการทำดีท็อกซ์
4. อบรบรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเพิ่มความรู้ให้กับตนเองให้สามารถนำกลับไปปฎิบัติใช้ที่บ้านได้ เพื่อดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน
5. ถือว่าเป็นการมาพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ บรรยากาศร่มรื่น สัมผัสกับธรรมชาติ kinto detox

ผมได้รับข้อมูลจาก รศ.นพ.สำเริง รัตนระพี อาจารย์แพทย์ศิริราช ที่ได้เขียนบทความมาชิ้นหนึ่งส่งมาให้ ในหัวข้อที่ชื่อว่า “วิธีล้าง (พิษ) ตับระยะสั้น” และเห็นว่าจะเป็นประโยชน์และสร้างทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการล้างพิษตับอีกวิธีหนึ่งได้ จึงได้ขออนุญาตเผยแพร่บทความของ รศ.นพ.สำเริง รัตนระพี ดังนี้

ทำไมต้องล้าง (พิษ) ตับ

– ตับของเรามีอายุเท่ากับเรา เราอายุ 50 ปี ตับของเราก็อายุ 50 ปี เราอายุ 60 ปี ตับของเราก็อายุ 60 ปี เช่นเดียวกัน

– ตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย มีน้ำหนักประมาณ 2% เช่น เราหนัก 60 ก.ก. ตับของเราจะหนักประมาณ 1,200 กรัม

– ตับมีหน้าที่สำคัญมากกว่า 500 อย่าง ที่เรารู้กันเป็นอย่างดีก็คือหน้าที่กำจัดสารพิษต่างๆ อาหารทุกคำ ยาทุกเม็ด ที่เรากินล้วนมีสิ่งที่ตับต้องกำจัดทั้งสิ้น

– ตับเป็นต่อมมีท่อใหญ่ที่สุด สิ่งที่ตับสร้างคือ น้ำดี (bile) เซลล์ตับปกติทุกเซลล์จะสร้างน้ำดี (bile) น้ำดีที่สร้างจะไหลไปตามท่อเล็กๆ ซึ่งมองด้วย กล้อง จุลทรรศน์ ธรรมดาไม่เห็น เรียกว่า “bile canaliculi” แล้วรวมกันถึงท่อน้ำดีที่ ใหญ่ขึ้นในตับ เรียก “bile duct” ตับมี 2 กลีบ (lobes) ท่อน้ำดีจากทั้ง 2 กลีบ จะ รวมตัวกันเป็น “hepatic duct” จะไปเชื่อมต่อกับท่อน้ำดีที่ไหลไปยังถุงน้ำดี (gallbladder)

– ตับปกติของผู้ใหญ่จะสร้างน้ำดีวันละหลายลิตร ส่วนใหญ่จะไหลเข้าสู่ลำไส้เล็ก ส่วนที่ 2 ของลำไส้เล็กช่วงแรก (second part of duodenum) มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะไปเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี (ไม่เกิน 100 cc)

– เมื่อตับกำจัดพิษจากสิ่งที่เรากินเข้าไป กากหรือขยะของสารพิษจะถูกขับออกจากตับได้ 2 วิธี

1.ถ้าเป็นสารละลายน้ำได้จะถูกกำจัดออกทางไต

2.ถ้าเป็นสารที่ไม่ละลายในน้ำ ตับจะอาศัยน้ำดีนำไปทิ้งที่ลำไส้เล็กกลายเป็น อุจจาระต่อไป และขยะที่กำจัดไม่ได้จะสะสมอยู่ในตับ

– ตับทำงานตลอดเวลา และเป็นอวัยวะหนึ่งซึ่งไม่เคยพักเลย (เช่นเดียวกับ หัวใจ และปอด)

– ตับเป็นทั้งโรงงานผลิต โรงกำจัดพิษ และโกดังสะสมทั้งสิ่งที่เป็น และไม่เป็นประโยชน์ ต่อร่างกาย เช่น ไขมัน

– เครื่องยนต์ของรถ เรือ หรือพาหนะใดๆ ต้องการการทำความสะอาดทั้งสิ้น ตับก็ต้องการเช่นกัน

-ตับที่สะอาดจะทำงานได้ดีขึ้นกว่าตับที่สะสมกากขยะไว้ทั้งในตับเอง และในถุงน้ำดี

อ่านถึงจุดนี้ พวกเราคงไม่สงสัยว่า การล้าง (พิษ) ตับ น่าจะเป็นประโยชน์นะ

หลักการ และเหตุผล

– การที่ตับต้องทำงานตลอดเวลาเพราะเรากิน

– ถ้าเราหยุดกิน ตับก็จะได้พัก ระบบย่อยอาหารทั้งหมดก็จะได้พักด้วย

– สังเกตไหมว่าเวลาเราป่วย ความอยากอาหารจะหมดไป ร่างกายเราบอกว่าขอหยุดทำงานก่อน หลักการนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในวิธีล้าง (พิษ) ตับได้

– บางคนอาจมีประสบการณ์ทำ “detox” หมายถึงการสวนล้างลำไส้ (ด้วยน้ำ, น้ำสมุนไพร, กาแฟ หรืออื่นๆ) สามารถนำมาใช่ร่วมกับวิธีการของเราได้ด้วย ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้

– ตับที่พักการทำงานไประยะหนึ่งเมื่อถูกกระตุ้น จะสร้างน้ำดี (ซึ่งหยุดทำไประยะหนึ่งแล้ว) อย่างมากมาย น้ำดีที่ตับสร้างขึ้นนี้มีปริมาณมาก และ สามารถนำสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาจากระบบท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ออกมาทางอุจจาระได้อย่างไม่น่าเชื่อ ตัวกระตุ้นปฏิกิริยานี้ได้รับการพิสูจน์จากนานาประเทศที่เรียนรู้วิธีนี้มานานแล้ว ก็คือ “น้ำมันมะกอก” ชนิด extra vergin olive oil (หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป)

วิธีการ

– ส่วนใหญ่พวกเราก็ยังทำงานกันอยู่ คิดแล้วดีที่สุดสำหรับพวกเรา คือ ให้วิธีการสิ้นสุดในวันเสาร์ ซึ่งพวกเรามักอยู่บ้าน แต่ถ้าใครทำงานวันเสาร์ด้วย ก็ให้เลื่อนวันเอาเอง คิดว่าเป็นวันเสาร์ก่อนก็แล้วกันนะ

– วันอังคาร กินอาหารตามปกติจน 15:00 น. จากนั้นดื่มได้แต่น้ำ kinto detox (ถ้าเป็นน้ำด่างที่เรียก alkaline water) จะดีมาก จะสวนล้างลำไส้หรือไม่ก็ได้ ยากินเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น

– วันพุธ และพฤหัสบดี งดอาหารทุกชนิด ดื่มได้เฉพาะน้ำผลไม้ที่ไม่มีกาก ดีที่สุดคือน้ำแอปเปิ้ลเขียวที่ปั่นแยกกากออกแล้ว วันละ 3 – 5 แก้ว น้ำผลไม้ แนะนำให้เป็นน้ำผลไม้สด ไม่แนะนำน้ำผลไม้บรรจุกล่อง (UHT) ถ้าหาไม่ได้จริงๆ น้ำมะขามเข้มข้น (ซื้อได้จากร้านดอยคำ) นำมาผสมน้ำดื่มก็ได้ ดื่มวันละ 3 – 5 แก้ว เช่นเดียวกัน หลัง 15:00 น. หยุดดื่มน้ำผลไม้ ดื่มน้ำได้ทั้งวัน ถ้าใครสวนล้างลำไส้อยู่แล้วก็ทำตามปกติ ถ้าไม่สวน แนะนำให้กิน ดีเกลือ (MgSO4) 1 ช้อนชา ผสมน้ำมะนาว 1 ลูก ตอนประมาณ 18:00 น.

– วันศุกร์ 6:00 – 8:00 น. กินดีเกลือ 1 ช้อนชาผสมน้ำมะนาว 1 ลูก ดื่มน้ำผลไม้ได้เช่นเดียวกับวันพุธ และพฤหัส หยุดดื่ม 15:00 น.

18:00 น. และ 20:00 น. กินดีเกลือ 1 ช้อนชา ผสมน้ำมะนาว 1 ลูก อีก 2 มื้อ

22:00 น. ดื่มน้ำมันมะกอกประมาณ 150 – 200 cc ผสมน้ำมะนาว 150 – 200 cc และเกลือป่นครึ่งช้อนชา เขย่าให้เข้ากันให้มากที่สุด ดื่มให้หมดในเวลา 10 นาที (ส่วนใหญ่ 1 นาทีก็หมดแล้ว) แนะนำให้แช่เย็นเล็กน้อย ใส่แก้วใหญ่ๆ ดื่มติดต่อกันให้หมดในคราวเดียว การจิบทีละน้อยมักไม่สำเร็จ (ใช้มะขามเปียกคลุกเกลือป่นมาป้ายลิ้นก่อนและหลังดื่มน้ำมันมะกอกจะช่วยลดความคลื่นไส้ ได้ดี)

ขั้นตอนการดื่มน้ำมันมะกอกนี้สำคัญที่สุดในขบวนการนี้ ถ้าอาเจียน การที่เราพยายามเตรียมร่างกายมาหลายวันจะเปล่าประโยชน์ เราต้องกลั้นอาเจียนจนถึง 2:00 น. (4 ชม. หลังดื่มน้ำมันมะกอก) ถ้าจะนอนให้สบาย ให้นอนยกศีรษะสูง และตะแคงขวา อาจใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบหน้าท้องข้างขวาส่วนบน หรือใต้ชายโครงซึ่งเป็นตำแหน่งของตับด้วยก็ได้

– วันเสาร์ 6:00 – 8:00 น. กินดีเกลือ 1 ช้อนชา ผสมน้ำมะนาว 1 ลูก เมื่อถ่ายอุจจาระให้สังเกตอุจจาระที่ถ่ายออกมา (ซึ่งเราเชื่อว่าจากการอดอาหารมาหลายวัน บวกกับการกินดีเกลือ (หรือสวนล้างลำไส้) ด้วย ไม่น่าจะมีอุจจาระตกค้างในสำไส้ของเราอีกแล้ว) ทุกสิ่งที่เราขับถ่ายออกมากน่าจะมาจากระบบท่อน้ำดี ในตับ, นอกตับ และถุงน้ำดี สิ่งที่พวกเราเคยได้เห็นกันมีทั้งไขมัน, ตะกอนน้ำดี (bile salt) ไปจนถึงนิ่ว (stone) จากถุงน้ำดี ส่วนใหญ่จะมีกลิ่นเหม็น กว่าอุจจาระปกติ ตลอดวันเสาร์ และอาทิตย์ อาจมีการถ่ายอุจจาระอีกหลายครั้งขึ้นอยู่กับการทำงานของลำไส้ในแต่ละคน

– ตั้งแต่ 12:00 น. ของวันเสาร์เริ่มกินอาหารได้ แนะนำอาหารอ่อนย่อยง่าย และร้อนๆ จบขั้นตอนแล้วไม่ยากใช่ไหม?

สรุป

-การล้าง (พิษ) ตับจะมีผลต่างกันไปในแต่ละคน เกือบทั้งหมดจะดีขึ้น (ตับทำงานดีขึ้น) ที่เห็นชัด คือ เบาหวาน, ความดัน, cholesterol, trigleceride เป็นต้น kinto detox.

แชมพูยาจีน ใส่ใจหนังศีรษะบ้าง เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้น

แชมพูยาจีน ใส่ใจหนังศีรษะบ้าง เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้น กล้ามเนื้อใต้หนังศีรษะก็จะเกิดความตึงเครียดด้วย ทำให้ระบบไหลเวียนน้ำเหลืองใต้หนังศีรษะทำงานได้ไม่ดีและเกิดเป็นของเสียตกค้างใต้หนังศีรษะ ส่งผลให้เลือดและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเส้นผมได้ไม่เพียงพอ การนวดผ่อนคลายกล้ามบริเวณหนังศีรษะจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยการนวดหนังศีรษะทุกครั้งที่สระผม ด้วยการกางนิ้วมือทั้งสิบกดลงไปและนวดให้ทั่วศีรษะ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และนวดต้นคอและบ่าทั้งสองข้าง เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและการไหลเวียนน้ำเหลืองให้ทำงานดีขึ้น นอกจากการนวดหนังศีรษะแล้ว การดีท็อกเส้นผมและหนังศีรษะก็สามารถช่วยกำจัดของเสียได้เช่นกัน โดยทำได้ 2 วิธีคือการนวดด้วยมือ และการดีท็อกหนังศีรษะด้วยแรงดันน้ำระบบสูญญากาศ เพื่อชะล้างคราบสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนเส้นผม และใช้น้ำอุ่นกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้หล่อเลี้ยงหนังศีรษะได้ดีขึ้น แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกันไป เช่น การนวดด้วยมือสามารถสร้างความผ่อนคลายได้มากกว่าการนวดด้วยเครื่อง ในขณะที่การนวดด้วยเครื่องสามารถทำความสะอาดเส้นผมได้ล้ำลึกมากกว่าการนวดด้วยมือเป็นต้น การทำดีท็อกหนังศีรษะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน เช่น ผู้ที่ทำสีผมบ่อย ผมเสียมาก หรือมีปัญหาเรื่องผิวหนังอักเสบ เป็นแผลเป็นรังแค อาจทำบ่อยได้ถึง 2 ครั้งต่อเดือน สำหรับผู้ต้องการดูแลเส้นผมธรรมดาอาจทำเดือนละ 1 ครั้งก็น่าจะพอแล้ว การเสริมสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเส้นผมจากภายในด้วยการเลือกกินอาหารก็จำเป็นเช่นกัน ถ้าคุณต้องการให้ผมเงางามควรกินสารอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนสูง เช่น ฟักทอง มะละกอ ตำลึง หรือแครอท และควรเสริมวิตามินซีและอี ธาตุสังกะสี ธาตุเหล็ก จากอาหารจำพวกข้าวไม่ขัดขาว ข้าวสาลี ไข่ ถั่ว นม ธัญพืช ผักผลไม้ และตับ เพื่อบำรุงเส้นผมด้วย ที่สำคัญควรลดการดื่มน้ำอัดลม เนื่องจากทำให้เลือดเป็นกรดและส่งผลให้เส้นผมสูญเสียแร่ธาตุ แชมพูยาจีน.

แชมพูยาจีน

แชมพูยาจีน สูตรแชมพูธรรมชาติที่จะช่วยให้ผมของคุณนิ่ม ดกดำ และเงางาม แชมพูยาจีน by noon
ขอแนะนำสูตรแชมพูธรรมชาติที่จะช่วยให้คุณมีเส้นผมที่ดกดำ และเงางามอย่างไม่น่าเชื่อ
วิธีทำแชมพูผมนิ่มและดกดำ

1. ล้างมะกรูด ขิง ดอกอัญชัญ ด้วยน้ำสะอาด จนแน่ใจว่าสะอาดดี โดยเฉพาะขิงต้องไม่มีดินติด

2. หั่นมะกรูด หั่นขิง เป็นเเว่นบางๆ

3. นำขิง มะกรูด ดอกอัญชันไปต้มรวมกันโดยใส่น้ำสะอาดให้ท่วมสมุนไพร ไม่ต้องให้สมุนไพรลอย ( เหมือนหุงข้าว ท่วมหลังมือ ) น้ำจะเยอะเกินไม่เข้มข้น

4. ตั้งไฟอ่อนๆ – ไฟกลางๆ ห้ามใช้ไฟแรง เพราะสมุนไฟรจะค่อยๆซึม หากใช้ไฟแรงน้ำจะแห้งเร็ว แชมพูยาจีน

5. สังเกตว่าดอกอัญชัญและมะกรูดเปื่อยยุ่ยแล้ว นำขึ้นจากเตา พักไว้ให้เย็น

6. นำไปกรองเอาเฉพาะส่วนน้ำ เก็บใส่ขวดสะสะอาด ปิดผาให้มิดชิด

วิธีสระแชมพูผมนิ่มและดกดำ

1.เเบ่งน้ำยาสระผมจากขวด พอประมาณ สำหรับที่จะสระ ใส่ในภาชนะ และตักผงเบคกิ้งโซดาลงไป 1 ช้อนชา คนๆให้เข้ากัน แล้วสระผมตามปกติ 2. ล้างผมออกให้สะอาด หลายๆคนอาจตกใจขณะที่ผมยังไม่แห้งจะรู้สึกว่าผมกระด้าง เป้นปกติค่ะ รคอให้ผมแห้งแลัวหวีๆดูจะพบว่าผมนิ่มมากๆ แทบจะไม่ต้องไดส์เลยทีเดียว

คำถามคาใจของใครหลายคน

1.ไม่ใส่ เบคกิ้งโซดาได้หรือไม่ ?

คำตอบ คือได้ แต่ไม่ดี ใส่เบคกิ้งโซดาจะให้ผลดีกว่า แชมพูยาจีน เนื่องจากน้ำสมุนไพรที่เราต้มมีฤททธิ์เป็นกรด หากสระเพียวๆผมจะเเข็งมากๆ เบคกิ้งโซดามีคุณสมบัติเป็นด่าง พอนำมาผสมกันจะทำให้มีฤทธิ์เป็นกลางสระคล่องๆ เหมือนยาสระผมที่ซื้อตามห้างสรรพสินนั่นเอง

2.ต้องเเช่ตู้เย็นหรือไม่ ?

คำตอบ เก็บที่อุญหภูมิปกตินาน 2สัปดาห์ไม่เสีย ใครจะแช่ตู้เย็นก็ได้ไม่ผิดกติกาค่ะ

3.เติมสมุนไพรชนิดอื่นได้หรือไม่ ?

คำตอบ สามารถเติมได้ตามต้องการหาก ค้นพบว่าสมุนไพรชนิดนั้นมีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพผม

ขิง มีคุณสมบัติส่งเสริมการงอกของเส้นผม เหมาะสำหรับคนผมร่วงมาก หัวล้าน

มะกรูด บำรุงให้เส้นผมแข้งแรง เป็นเงางาม

ดอกอัญชัญ บำรุงหนังศีรษะ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตของหนังศีรษะช่วยให้ผมดกดำเป็นเงางาม

สงสารเส้นผม รักษาผมให้ห่างไกลสารเคมมี มีเส้นผสมที่นุ่มและเงางาม เห็นทุกขั้นตอนการผลืดแบบไม่ต้องสงสัยกังวลใจใดๆทั้งสิ้น เพื่อนๆทุกคนลองทำดูนะ

แชมพูโบราณ (มะกรูด มะนาว ดอกอัญชัญ)

แชมพูโบราณสมัยก่อนๆๆนั้นจะไม่มีสารเคมีอะไรเลยครับ แต่จะเป็นพืชพรรณธรรมชาติรอบๆๆตัวเรากันซะส่วนมากครับ เป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นนั้น จะมีสูตรและส่วนผสมที่แตกต่างกันไปตามพืชพรรท้องถิ่นนั้นๆฃๆครับ แชมพูยาจีน.

do me พฤติกรรมต้องห้าม ที่บั่นทอนประสิทธิภาพ

do me พฤติกรรมต้องห้าม ที่บั่นทอนประสิทธิภาพของวิตามินซีในตัวคุณ คนส่วนใหญ่คงจะเคยได้ยินประสิทธิภาพอันมากมายของ วิตามินซี ผ่านหูกันมาบ้าง ทั้งในเรื่องของการช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงผิววพรรณให้แข็งแรง รักษาบาดแผล ช่วยทำให้ผิวเนียน ขาว สดใส แข็งแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และอื่นๆอีกมากมาย ด้วยคุณสมบัติที่แทบจะเรียกได้ว่าครอบจักรวาลเหล่านี้ ทำให้ วิตามินซี กลายมาเป็นในหนึ่งของวิตามินที่ร่างกายต้องการในชีวิตประจำวันอยู่เป็นประจำในปริมาณที่หมาะสมอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ในหลายครั้งการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเรื่อยเปื่อย ตามใจ โดยปราศจากความรู้ ควมามเข้าใจอย่างแท้จริง มักทำให้เกิดการทำลายประสิทธิภาพของวิตามินซีภายในร่างกายของคุณไปในปริมาณมหาศาล ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการปกป้องดูแลจากวิตามินซีอย่างเพียงพอ ซึ่งการใช้ชีวิต “ต้องห้าม” เหล่านั้นจะมีอะไรกันบ้างนั้น สามารถติดตามอ่านได้จากบทความชิ้นนี้กันเลย พฤติกรรม “ต้องห้าม” ที่ควรหยุดทำ ก่อนที่วิตามินซีในร่างกายของคุณจะหมดไป 1.การสูบบุหรี่ มีโอกาสจะทำให้วิตามินซีในร่างกายถูกทำลายให้น้อยลง โดยการลดปริมาณวิตามินซีในเลือดให้น้อยลง การศึกษาทำให้ค้นพบว่าการสูบบุหรี่จะทำให้พลาสม่า และเม็ดเลือดขาวลดต่ำลงมากกว่าปกติ ผู้สูบบุหรี่ จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องได้นับวิตามินซีเพิ่มเติมมากขึ้น อย่างน้อย 35 มิลลิกรัม เมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบบหุรี่ รวมไปถึงคนที่ไม่สูบ แต่มักต้องสัมผัสกับควันบุหรี่อยู่เป็นประจำเอง ก็ต้องการปริมาณวิตามินซี เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน 2.เครื่องดื่มแอลกฮอลล์ จะลดปริมาณของวิตามินซี ที่พบได้ในพลาสม่าเลือดให้น้อยลง และยังเผ็นการเร่งให้เกิดกระบวนการขับวิตามินซีออกจากร่างกาย โดยทางปัสสาวะมากยิ่งขึ้น do me.

do me

do me 3.การเลี้ยงทารกด้วยนมระเหย หรือนมต้ม นมแม่เป็นแหล่ง วิตามินซี ที่ดีที่สุดสำหรับทารก แต่ในปัจจุบันเพื่อความสะดวกทำให้มีคนมากมายเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นมสำเร็จรูป แต่ที่จริงแล้ว นมวัวมีปริมาณของวิตามินซีน้อยมาก อีกทั้งการอุ่นนมเหล่านั้นด้วยวิธีการระเหย หรือต้มนั้น ความร้อนจะทำลายวิตามินซีเหล่านั้นไปจนหมดอีกด้วย ดูมี โดม

นอกจากนี้แล้ว โรคภัยต่างๆบางประเภท ยังส่งผลต่อการลดปริมาณวิตามินซีในร่างกายให้น้อยลง เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคมะเร็ง เป็นต้น
ถ้าหากขาดวิตามินซี ร่างกายจะประสบปัญหาอะไรบ้าง? do me

การขาดวิตามินซี แบบฉับพลัน มักจะทำให้เกิดอาการเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งจะมีความรุนแรงมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับว่าขาดวิตามินซีมากน้อยเพียงใด สำหรับอาการจะปรากฏขึ้นเมื่อร่างกายขาดแคลนวิตามินซี ต่ำกว่า 10 มิลลิกรัม นานเกือบหนึ่งเดือน นอกจากนี้ การขาดวิตามินซี ยังสัมพันธ์กับอาการเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า การอักเสบของเหงือก ป่วยไข้ รวมไปถึงการสังเคราะห์คอลลาเจนที่อ่อนแอ การรักษาบาดแผลที่ช้าลง ความเปราะบางของเส้นเลือดฝอย โลหิตจางจากการสูญเสียธาตุเหล็ก โดยเฉพาะปัญหาเลือดออกตามไรฟัน ที่หากปล่อยทิ้งเอาไว้โดยไม่ให้ความใส่ใจดูรักษาอย่างเหมาะสม ก็อาจจะทำให้เกิดการเสียชีวิตได้

อยากรู้ไหม วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว
หลักโภชนาการที่ดี และการเสริมวิตามินอย่างเหมาะสม เป็นสิ่งที่ช่วยในการปรับสุขภาพผิวให้ดีมากยิ่งขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจากผลการศึกษาวิจัยทั้งจากฝั่งนักโภชนาการ และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเองก็ต่างมีผลลัพธ์ ความเห็นที่สอดคล้องตรงกันว่า การบริโภควิตามิน รวมไปถึงแร่ธาตุต่างๆอย่างเหมาะสมนั้น มีประโยชน์อย่างมากในการรักษาสภาพผิวได้เป็นอย่างดี ส่วนวิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็วนั้น สามารถติดตามอ่านได้จากบทความของ ครอบครัว Ovolva.com ชิ้นนี้กันเลย
วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว

วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับวิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็วนั้น มีอยู่หลายชนิด แต่โดยหลักๆแล้ววิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว ที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกในฐานะของวิตามินบำรุงผิวชั้นดีนั้น do me มีด้วยกันอยู่ 3 ชนิด ได้แก่
1.วิตามินเอ เป็นสารอาหารที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลกในหมู่ของผู้ที่มีผิวสุขภาพดี อีกทั้งยังได้รับการนำมาใช้ช่วยในการรักษาสิว และโรคสะเก็ดเงินมากอย่างยาวนาน วิตามินเอ จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในวิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยแก้ไขผิวที่ประสบปัญหาด้านต่างๆ ด้วยคุณสมบัติสำคัญที่ส่งผลต่อสรีระวิทยาของผิว ลดปัจจัยต่างๆ ที่ทำร้ายผิว ยับยั้งกิจกรรมของต่อมไขมัน ป้องกันการก่อตัวของ Comedones ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาด้านสิว
2.สังกะสี แม้ว่าสังกะสีจะไม่ได้ถุกเรียกว่าเป็นวิตามินก็ตาม แต่สังกะสีเปฌนแร่ธาตุที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในแง่ของสรีระวิทยา สังกะสีเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างโปรตีนบางชนิด และเอนไซต์ควบคุมการแสดงออกของยีนส์ ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน รักษาแผล สังเคราะห์ดีเอ็นเอ รวมไปถึงการแบ่งเซลล์ ต้านอาการอังเสบ ป้องกันรังสียูวีที่ทำร้ายผิวได้อีกด้วย อีกทั้งงานวิจัยหลายชิ้นยังช่วยชี้ให้เห็นว่า สังกะสียังมีคุณสมบัติในการช่วยลดสิวได้อีกด้วย
3.วิตามินซี ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักกันดีมาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ โดยมีบทบาทสำคัญในการควบคุมโปรตีนคอลลาเจน ที่มีโครงสร้างซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นสำหรับสเถียรภาพภายนอกของเซลล์ผิว การเพิ่มวิตามินซีในอาหาร หรือการได้รับวิตามินซีเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน เป็นสิ่งที่สามารถช่วยทำให้สุขภาพของผิวดีมากขึ้น และผิวมีการรักษาตัวเองได้ดีมากยิ่งขึ้น จากการศึกษาวิจัยมากมาย ยังทำให้สังเกตเห็นว่าคนที่รับประทานวิตามินซีเป็นประจำนั้น จะมีสุขภาพผิวที่ดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้รอยเหี่ยวบนผิวยังลดน้อยลงอีกด้วย ทำให้ช่วยทำให้ ขาวใส ขาวไว ด้วย วิตามินซี มีอย.ราคาถูก ปลอดภัย

จากข้อมูลดังที่ได้กล่าวไปแล้ว คงจะทำให้หลายคนมองเห็นภาพโดยรวมแล้วว่า วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งวิตามินเหล่านี้ยังสามารถหาซื้อได้ง่าย ในราคาไม่แพง แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรที่จะมี วิธีกิน วิตามินซี ในปริมาณที่เหมาะสมอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ซึ่งจะเป็นการช่วยทำให้ผิวของคุณนั้นมีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เห็นไหมว่า ในโลกใบนี้ ยังมี วิตามินอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวได้อย่างรวดเร็ว? do me.

ชาเม่ คอลลาเจน รอยตีนกาที่กลัวเกรงกันนั้น สาเหตุมิใช่ผิวหนังหมดอายุ

ชาเม่ คอลลาเจน รอยตีนกาที่กลัวเกรงกันนั้น สาเหตุมิใช่ผิวหนังหมดอายุหย่อนยานแต่เกิดเพราะเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ประกอบกันเป็นผิวหนังอ่อนแอขาดความยืดหยุ่นเหมือนยางเก่าๆ ที่ดึงแล้วไม่เด้งกลับ สารสำคัญในเนื้อเยื่อที่ทำให้เด้งนี้คือ คอลลาเจน ทำให้มักเข้าใจผิดว่า ผิวกลับจะเต่งตึงดังเดิมได้ หากเติมคอลลาเจนเข้าไป คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง มีอยู่ทั่วไปในร่างกายมนุษย์และสัตว์ ถ้านำโปรตีนในร่างกายมาจำแนก จะพบว่าเป็นคอลลาเจนถึง 24% พบคอลลาเจนในกล้ามเนื้อและผิวหนัง คอลลาเจนในผิวหนังช่วยให้ผิวเต่งตึง ลองคิดถึงหมอนซื้อใหม่ นุ่นยังไม่ยุบ หมอนจึงเต่งตึงหนับหนุบ ครั้งนานวันนุ่นยุบ หมอนก็ฟุบแบนแต๊ดแต๋เป็นกล้วยปิ้ง ผิวคนเราเช่นกันมีคอลลาเจนเป็นเช่นนุ่นยัดหมอน ช่วยค้ำจุนผิวให้บวมเป่งเด้งดึ๋งดั๋ง พอแก่ตัวลงร่างกายสร้างคอลลาเจนได้ไม่ดังใจ ของเก่าหายไปของใหม่ไม่มาแทนเกิดภาวะขาดแคลนคอลลาเจนในผิวมองเห็นริ้วรอยเหี่ยวย่น นกกาบินมาเกาะ…จึงมีหลายตำรับสลับกันออกมาอาสาแก้ ! หนึ่งคือ ซื้อคอลลาเจนชนิดครีมมาทาถู ทาถู หวังให้มันซึมไปตามผิวหนัง…วิธีนี้ไม่ได้ผล เพราะร่างกายไม่ยอมให้สิ่งแปลกปลอมผ่านผิวหนังเข้าไป ใครที่ควักเงินมากมายกับเครื่องสำอางผสมคอลลาเจนจึงต้องผิดหวัง เว้นแต่จะใช้เป็นไมโครคอลลาเจน พอซึมได้ แต่ปริมาณก็คงไม่เพียงพอ และก็สลายไปอยู่ดี ชาเม่ คอลลาเจน.

ชาเม่ คอลลาเจน

ชาเม่ คอลลาเจน สองคือ กินอาหารเสริมคอลลาเจน หวังว่ามันจะเข้าไปทดแทนคอลลาเจนที่หดหาย กับวิธีที่ง่ายสุด คือฉีดคอลลาเจนเข้าไปที่ผิวหนังโดยตรง เห็นผลทันตา แต่…คอลลาเจนที่หมอฉีดให้ ไม่อาจเข้าไปทำงานแทนของเดิมเพราะมันมิใช่คอลลาเจนมนุษย์ เป็นเพียงสารสกัดจากวัวที่คล้ายคลึงกับคอลลาเจนของคน เป็นคอลลาเจน ที่ไม่มีชีวิตติดอยู่ไม่นานก็อันตรธานหายหมด !อีกถ้าแพ้คอลลาเจนวัวละก้อ…คันคะเยอรอบตัว ทั่วไปซ้ำ ถ้าคุณแพ้ อาจพบเห็นได้ใน 10 กว่าวัน หากไม่มีแพ้ หมอจะนัดฉีดจริงต่อไป อย่าใจร้อนเพราะฉีดเข้าไปแล้วแก้ไขไม่ได้ หากใครชวนคุณฉีดคอลลาเจนโดยไม่ทดสอบอาการแพ้ละก้อ…ขอให้คิดดูก่อน ! chame collagen

นอกจากการแพ้ อาจพบอันตรายอื่นๆ เช่น เข็มสกปรก ทำให้เกิดการติดเชื้อฝี แผลเน่า ผิวลอก เกิดแผลเป็นก้อนเนื้อ ควรเลือกแพทย์ที่จบปริญญา อย่าฉีดกับหมอเถื่อนหรือเน้นราคาถูกเป็นหลัก เดี๋ยวนี้มักมาทางอินเตอร์เนท ! คอลลาเจนชนิดฉีดเข้าไปทำหน้าที่ดุนผิว แบบถุงซิลิโคนหรือถุงน้ำมันที่ใส่เสริมหน้าอก แต่การฉีดไม่ได้เติม คอลลาเจนให้ร่างกายอย่างธรรมชาติซึ่งกระจายอยู่ในเนื้อเยื่อแต่คอลลาเจนฉีดเป็นก้อนตรงที่ฉีด ทำให้ต้องฉีดดุนไว้หลายๆ จุด หมอจะใช้เข็มเล็กพิเศษสอดเข้าไปใต้บริเวณที่เหี่ยวย่นฉีดเป็นจุดตามร่องรอยไปเรื่อยๆอาจต้องฉีดหลายสิบจุดจึงจะงามตามปรารถนา แต่ว่ามันให้ผลระยะสั้นๆ ไม่นาน นางฟ้าจะค่อยๆ คืนร่างเป็น แม่มดดังเดิม เพราะคอลลาเจนวัวจะถูกร่างกายย่อยสลายจนหมดอาจใช้เวลา 3 – 6 เดือน หรือเพียงแค่สามสี่อาทิตย์ แล้วแต่คน ขึ้นกับอายุ ความสามารถของร่างกาย คุณภาพผิว วิถีชีวิต และตำแหน่งที่ฉีด ที่นี้ถ้าเลือกสารฉีดไม่ดูดซึมและไม่แพ้ แต่นานไปก็จะแทรกตัวตกห้อยย้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก คางเลยแหลมขึ้น…แหลมขึ้น ดูเป็นแม่มดจริงๆ !แบบนี้ เบต้ากลูแคนแบบทาดีกว่าเป็นไหนๆผลการดูดซึมก็พิสูจน์ได้กันแล้ว ! ชาเม่ คอลลาเจน

คอลลาเจนชนิดกิน…

หากคิดง่ายๆ ว่า ขาดคอลลาเจนก็กินคอลลาเจนสิ ถ้าการบำบัดโรคทำได้ ด้วยหลักตรรกะง่ายๆ เช่นนั้น เราคงมีวิธีรักษาโรคพิสดาร บานตะไท เช่น โลหิตจาง ก็กินเกาเหลาเลือดหมูรักษาได้ อยากกล้ามใหญ่ก็กินเนื้อวัว กินตับ เครื่องใน แก้ตับแข็ง ผิวเหี่ยวแห้งก็กินหนังไก่ทอด เพราะหนังไก่มีคอลลาเจน ในโลกแห่งความจริง มันไม่ง่ายแบบนั้น เมื่อคุณกินอาหารเสริมคอลลาเจนลงกระเพาะ ร่างกายจะย่อยมันให้เป็นกรดอะมิโนตัวเล็กๆ เช่นเดียวกับเนื้อสัตว์ทุกชนิด กรดอะมิโนเหล่านั้นจะไหลไปตามกระแสเลือด และร่างกายจะเลือกใช้ตามความจำเป็น ถ้าร่างกายของคุณต้องการสร้างคอลลาเจน มันก็จะดึงกรดอะมิโนไปสร้าง ถ้าร่างกายของคุณไม่ต้องการสร้างคอลลาเจน กรดอะมิโนก็เหลือค้าง แม้อยากให้สร้างก็มิได้ดังใจ ด้วยยังมีปัจจัยอีกหลากหลาย เช่น หากคุณขาดวิตามินซี ร่างกายก็ลดการสร้างคอลลาเจน

นักวิจัยพบว่า สารต้านอนุมูลอิสระหลายตัว สามารถทำให้หนูทดลองมีอายุยืนยาวถึงสี่เท่า เชื่อว่าเป็นการกรุยทางไปสู่คำตอบเรื่องอายุขัย ผลการวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Neuroscience แสดงให้เห็นว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สามารถยืดอายุออกไปถึง 4 เท่า เมื่อได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ โดยปรกติอายุขัยของสิ่งมีชีวิต จะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ เช่น ปลาทอง 8 ปี หนู 2 ปี เต่า 150 ปี และคน 120 ปี แต่คนส่วนใหญ่มักไม่เคยมีชีวิตถึง 120 ปี ชาเม่ คอลลาเจน เพราะยังมีอีกหลายสาเหตุที่คอยทำลาย ทุกเซลล์ในร่างกายให้เสื่อมโทรมตลอดเวลา เช่น สารเคมีที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมาเองขณะใช้ออกซิเจน เรียกเจ้าสารทำลายล้างพวกนี้ว่า “อนุมูลอิสระ” หากคุณป้องกันการทำลายล้างของอนุมูลอิสระไว้ได้ ภาวะชราก็จะมาเยือนช้าลง โชคดีที่ธรรมชาติได้มอบสารอาหารบางตัว ที่สามารถกำจัดอนุมูลอิสระทิ้งได้ ก่อนที่จะสร้างความเสียหายแก่เซลล์ สารพวกนี้เรียกรวมๆ ว่า สารต้านอนุมูลอิสระ หรือ Antioxidant นอกจากอนุมูลอิสระแล้ว ยังมีกระบวนการที่น้ำตาลไปจับโปรตีน ทำให้เนื้อเยื่ออวัยวะเสื่อมได้อีก ที่เรียกกระบวนการกลัยเคชั่น ซึ่งก็ต้องการสารแก้ที่เรียกคาร์โนซีน อย่างหนึ่ง (ที่พอรู้ !) แล้วยังมีกระบวนการเสื่อมเนื่องจากโฮโมซีสเทอีนทำลายผนังหลอดเลือด ซึ่งต้องแก้ด้วยการเติมเมทิลกรุ๊ปแก่เนื้อเยื่อที่เรียกเมทิลเลชั่นอีก อันนี้ก็ต้องพึ่งพาโคลีน วิตามินบี อีกปัจจัย ถึงตรงนี้น่าจะปลงได้สักที ว่าเราไม่มีทางฝืนธรรมชาติ …แค่พอชะลอได้ งั้น…คอลลาเจนจากปลาทะเลลึกก็เป็นแค่กำลังใจ ปัจจัยหนึ่ง !กลับมาแค่เรื่องที่หน้าจะเด้งได้นานต้องมีคอลลาเจน…คอลลาเจนเกิดจากการสร้างของร่างกายไม่ใช่การกิน การทาหรือฉีดสารคอลลาเจน แต่ต้องกินปัจจัยที่ใช้สร้างคอลลาเจน ซึ่งก็น่าจะเป็นวิตามินซี กับพวก…พวกที่ร่วมแรงแข็งขันกับวิตามินซีในการเสริมสร้างมวลคอลลาเจน ก็เช่น โอพีซี สังกะสี และเบต้าดีกลูแคน ซึ่งสกัดได้จากเห็ดหลินจือหรือยีสต์ โดยเฉพาะกลูแคนนอกจากต้านอนุมูลอิสระ แล้วยังไปบำรุงเซลล์คุ้มกันผิว (Langerhans cell หรือ แมคโครเฟ็จแห่งผิว) ให้เข้มแข็ง ก่อเกิดการสร้างคอลลาเจนและสารวุ้นที่พยุงเซลล์ (Hyaluronic acid) เพิ่มขึ้น…ผลคือ…หน้าเด้ง เพราะเป็นคอลลาเจนของแท้ที่ร่างกายสร้างเองจากปัจจัยเกื้อหนุน ชาเม่ คอลลาเจน.

chloro mint คลอโรฟิลล์คืออะไร ( CHLOROPHYLL)

chloro mint คลอโรฟิลล์คืออะไร ( CHLOROPHYLL) คือ สารประกอบที่ทำให้พืชมีสีเขียวและทำหน้าที่หลัก คือสังเคราะห์แสง โดยการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์และแร่ธาตุต่างๆจากดินให้กลายเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งให้ก๊าซออกซิเจนที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์ คลอโรฟิลล์ chlorophyll ธรรมชาติมีหลายชนิด บางชนิดสังเคราะห์แสงได้ในที่ที่มีแสงแดดเท่านั้น แต่บางชนิดสังเคราะห์แสงได้แม้ในที่ไม่มีแสง เช่น ในร่างกายของคน จึงมีการค้นคว้าเกี่ยวกับการทำงานหรือปฏิกิริยาของคลอโรฟีลล์ต่อคน พบว่า คลอโรฟิลล์ ที่อยู่ในเซลล์ของพืชทั่วไปจะถูกปกป้องและปิดกั้นด้วยผนังหรือเยื่อหุ้มเซลล์อีกชั้นหนึ่ง ทำให้ระบบการย่อยอาหารปกติของร่างกายเราไม่สามารถบดย่อย เพื่อให้ได้สาร คลอโรฟิลล์ เพียงพอกับความต้องการของร่างกายเราได้ ถึงแม้ว่าเราจะบริโภคผักใบเขียวเป็นจำนวนมากในแต่ละวันก็ตาม อีกทั้ง คลอโรฟิลล์ โดยตัวของมันเองละลายน้ำไม่ได้ จะละลายได้ในไขมันหรือในแอลกอฮอลล์บางชนิดเท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราสามารถสกัดเอาเฉพาะสาร คลอโรฟิลล์ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์และบริสุธ์ โดยปราศจากการสูญเสียคุณค่าทางอาหารตามธรรมชาติ ร่างกายจึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีอย่างเต็มที่ และเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดละลายน้ำได้ จึงดูดซึมได้ทันทีในกระเพาะอาหาร ในกรณีที่ร่างกายใช้ไม่หมด จะถูกขับทิ้งไปทางระบบขับถ่ายไม่สะสมไว้ในร่างกาย ผิดกับ คลอโรฟิลล์ ชนิดที่ละลายในไขมัน จะไม่ถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหารแต่จะย่อยและดูดซึมได้ในลำไส้เล็ก คลอโรฟีลล์ชนิดนี้เมื่อร่างกายใช้ไม่หมดจะถูกส่งไปสะสมไว้ที่ตับในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อตับได้ องค์การอาหารและยาสหรัฐจึงให้การรับรองเฉพาะคลอโรฟิลล์ที่ละลายน้ำได้เท่านั้น ว่าปลอดภัยต่อการบริโภคของคน ถึงแม้ว่าจะบริโภคในปริมาณมากต่อวัน ก็ไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด chloro mint.

chloro mint

chloro mint ประโยชน์คลอโรฟิลล์ คลอโรมินต์
– ทำให้สดชื่น หายเหนื่อยจากการอ่อนเพลีย
– ลดความดันโลหิต ลดปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบ
– ปรับระดับน้ำตาลสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน
– ทำให้อาการของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ แพ้อากาศ ผื่นลมพิษ ทุเลาลง
– ขับกรดจากข้อต่อต่างๆ ทำให้อาการปวดข้อ ปวดเมื่อยตามตัวทุเลาลง
– ขับสารพิษออกจากร่างกาย สารตกค้างของยาปฏิชีวนะ สารเคมีตกค้างในอาหาร ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานดี สุขภาพแข็งแรง สดชื่นขึ้น chloro mint
– เพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดแดงทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น
– ป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
– แก้ปัญหาท้องผูก การขับถ่ายจะดีขึ้น ริดสีดวงทวารทุเลาและหายได้
– ช่วยดับกลิ่นตัว กลิ่นปาก กลิ่นเท้า
– บรรเทาอาการชา บวมและเส้นเลือดขอดให้ทุเลาลงได้
– ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบ็คทีเรีย ใช้รักษาแผลอักเสบแผลเปื่อย แผลเรื้อรังแผลถลอก แผลไฟไหม้ เหงือกอักเสบ แผลในปาก
– บรรเทาอาการปวดศรีษะทั่วไป และปวดศรีษะไมเกรนได้
– ช่วยบรรเทาเรื่องโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบได้
– แก้ปัญหาเรื่องสิว ฝ้า ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ
– ช่วยให้ผู้ที่เป็นต้อกระจกมองเห็นดีขึ้น
– มีสารอาหารบำรุงเส้นผม ทำให้ผมหงอกดำขึ้น ช่วยลดอาการผมร่วง

คลอโรฟิลล์ที่ทางการแพทย์ยอมรับ

· คลอโรฟิลล์ที่ทางการแพทย์ยอมรับคือ คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ ต้องมีสารคลอโรฟิลล์อย่างน้อย 95 % นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองจนในที่สุดพบว่า มันคือ คลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในน้ำ (Water Soluble Chlorophyll) ซึ่งคลอโรฟิลล์ โดยตัวของมันเอง…. ไม่ละลายในน้ำ

· ด้วยกระบวนการเทคนิคพิเศษอย่างน้อย 15 ขั้นตอนนี้ สามารถทำให้ คลอโรฟิลล์ ละลายในน้ำได้ ทางการแพทย์ได้ทำการวิจัยคลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในน้ำกันอย่างกว้างขวางและมากมายเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ (Medicinal Use) โดยเฉพาะกลุ่มนักวิจัยส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยเทมเปิล ประเทศสหรัฐอเมริกา นำทีมโดย นายแพทย์ลอเรนซ์ สมิท ซึ่งเป็นศาสตราจารย์นายแพทย์สาขาพยาธิวิทยา ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญของคลอโรฟิลล์ ชนิดละลายในน้ำ ดังนี้ :

1.เป็นสารบริสุทธิ์ควรเลือกใช้ทางคลินิก (Water soluble derivatives are purified and much preferable in clinical use )

2. ผลของการใช้นุ่มนวลและไม่มีอาการระคายเคือง (Bland and non-irritating)

3. จากการทดลองในมนุษย์และสัตว์ในวิธีการแพทย์ รวมทั้งการฉีดเข้าใต้ผิวหนังและฉีดเข้าเส้นเลือดดำ ไม่ปรากฎอาการของพิษใดๆ (Total absence of toxic effects)

คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ทางการแพทย์ได้วิจัยสรุปผลดังนี้
· ดร. เรดพาธและคณะฯ รายงานผลที่น่าพอใจในการใช้ คลอโรฟิลล์ รักษาผู้ป่วยจากโรคทางเดินหายใจ 1,000 ราย

· มหาวิทยาลัยโลโยล่า ประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มทันตแพทย์รักษาผู้ป่วยกว่า 1,700 ราย พบว่า คลอโรฟิลล์ สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ แบคทีเรียในช่องปากได้

· ดร. เคปฮาร์ รายงานผลการใช้คลอโรฟิลล์ รักษาผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง พบว่าได้ผลดีในผู้ป่วยที่ไม่ขาดธาตุเหล็กและธาตุทองแดง

· ทันตแพทย์โกลด์เบิร์ก ใช้คลอโรฟิลล์ รักษาผู้ปวย 300 ราย chloro mint ที่เหงือกเป็นหนองเลือดออกตามไรฟันและฟันโยก ปรากฎว่าได้ผลดีมาก

· ในโรงพยาบาลทหาร ดร. โบเวอร์ส ใช้คลอโรฟิลล์ ทาแผล ปรากฎว่ากลิ่นเหม็นเน่าของแผลลดลง และอาการอักเสบดีขึ้นจนกระทั่งหายไป

· ดร. มอร์แดน ใช้ขี้ผึ้งคลอโรฟิลล์ รักษาแผลไฟไหม้ได้ผลดี

· ดร. ฟอลล็อค ได้เปรียบเทียบในการรักษาแผลกดทับ (Bedsore) ด้วยยาหลายชนิดพบว่าคลอโรฟิลล์ ได้ผลดีที่สุด

· ดร. เบอร์กี้ รายงานว่าคลอโรฟิลล์ ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้หลายชนิด ทำให้หัวใจทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น ช่วยลดความดันสูง และกระตุ้น ทางเดินอาหารให้ทำงานดีขึ้น

· ดร. แครนซ์ วิจัยพบว่าคลอโรฟิลล์ บรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ดี และจากรายงานของ ดร. ซามูแอล ในคนไข้ที่เลือดออกใน กระเพาะอาหาร 36 ราย ปรากฎว่าทุกรายมีอาการดีขึ้นและหายภายใน 12-22 วัน

· ค.ศ. 1980 มีรายงานในผู้ป่วยด้วยโรคตับอักเสบเรื้อรังจำนวน 34 ราย โดยการฉีดคลอโรฟิลล์ เข้าเส้นเลือดปรากฎว่าได้ผลดี 23 ราย

· ดร. โยชิดาและคณะ ฯ พบว่าคลอโรฟิลล์ บรรเทาอาการของโรคตับอ่อนอักเสบ และมีรายงานวิจัยอีกหลายคณะในประเทศญี่ปุ่น ในการใช้คลอ โรฟิลล์ รักษาโรคตับอ่อนอักเสบ

· ดร. เบอร์กี้ พิมพ์หนังสือชื่อ “Chlorophyll as pharmaceutical” กล่าวถึง การใช้คลอโรฟิลล์ ได้ผลดีในผู้ป่วย 112 ราย ที่ป่วยด้วยโรคความดันสูง และหลอดเลือดแข็งตัว

· ดร. แอนเจโล ศึกษาในคนไข้ 50 ราย ที่ป่วยด้วยโรคความดันสูง พบว่าคลอโรฟิลล์ ช่วยลดความดันได้ดี และอาการทั่วไปดีขึ้น

· มีรายงานการวิจัยอีกมากมายที่ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ ในการรักษาโรคลำไส้อักเสบและอื่นๆ

· จากการทำวิจัยขององค์การอาหารและยาสหรัฐ กับผู้ป่วยแผลเปิดจำนวน 3,600 ราย พบว่าคลอโรฟิลล์ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ให้เร็วขึ้น ทำให้แผลหายเร็วกว่าปกติ 25 %ขึ้นไป และรอยแผลเป็นลดลงกว่า 50 % หรือมากกว่า จากกรณีนี้จึงมีการวิจัยต่อเกี่ยวกับการรักษาอาการเจ็บป่วย ภายในร่างกายอันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ขึ้น พบว่าผู้ป่วยทั้ง 1227 ราย กลิ่นภายในหายหมดหลังจากใช้คลอโรฟิลล์ผ่านไป 2 สัปดาห์ จึงให้การยอมรับว่าเป็นยาดับกลิ่นภายใน สามารถซื้อขายได้ตามร้านขายยาทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 1990 ตามเอกสารทะเบียนยาที่ 21 CFR Part 357 Deodorant Drug Products for Internal Use for Over-the Counter Human Use : Final Monograph; Final Rule.

· ตลอดจนการใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100% รักษาสุนัขที่ป่วยโรคผิวหนัง และกลิ่นตัวแรง นับเป็นจำนวนกว่าหมื่นตัว

· ในอดีตทางการแพทย์ได้ใช้คลอโรฟิลล์ ชนิดที่ละลายในน้ำ (Water Soluble Chlorophyll ) รักษาผู้ป่วย แต่การใช้ไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เพราะต้นทุนการผลิตยังมีราคาแพงมาก แต่ในปัจจุบันคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ มีราคาถูกลง และใช้กันทั่วไปในกลุ่มแพทย์ธรรมชาติบำบัด chloro mint.

merci sleeping mask คำถามสุดฮิตประจำสัปดาห์นี้ได้แก่ อาหารเสริม

merci sleeping mask คำถามสุดฮิตประจำสัปดาห์นี้ได้แก่ อาหารเสริมยี่ห้ออะไรที่กินแล้วขาวบ้าง สำหรับเรื่องความงามความสวยความงามอะไรทั้งหลายแหล่ ที่เราจะมาอัพเดตกันในวันนี้ เราจะมาพูดสั้นๆคร่าวๆกระชับ จับใจความได้ ง่ายๆแล้วจบแยก! นะคะเอาแบบความรู้เน้นๆเต็มๆ หลายๆคนนั้นมักจะถามว่าอาหารเสริมยี่ห้อไหนกินแล้วดีบ้าง ถ้าให้ตอบตอบเลยค่ะ ไม่รู้ค่ะ! จริงค่ะ ไม่รู้ค่ะเพราะดิฉันไม่ได้เป็นคนลองทุกๆยี่ห้อและอาหารเสริมบนโลกใบนี้มีเป็นล้านยี่ห้อเลยค่ะ ทำขึ้นมาผลิตขึ้นมาเรื่อยๆเพราะฉะนั้นตอบไม่ได้ค่ะ ถ้าถึงรู้ สมมุติว่าตัวฉันเองฉันใช้แล้วโอเค แต่ใช้กับคุณไม่โอเคแบบนี้ก็ไม่เวิคร์ใช่ไหมละคะ เพราะฉะนั้นตอบตามความจริงค่ะ ไม่รู้ ต้องลองเองค่ะ อาหารเสริมสมัยนี้มันมีเยอะแต่ถ้าให้แนะนำพอแนะนำได้ค่ะ แนะนำเป็นพวกที่มีส่วนผสมของผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น เกรพซีด ส่วนผสมของอาหารเสริมที่สกัดจากผัก แครอท มีส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติไม่เน้นพวกสารเคมีหรือสิ่งแปลกปลอมมากไป อันได้แก่กลูต้าเอย หรือสารต่างๆที่เป็นสารปรอท สารขาวต่างๆมากไป บางคนนั้นอยากจะขาวเน้นจะยัดแต่ กลูต้า หรือสารขาวๆทั้งหลายที่ต้องฉีดต้องกินจริงๆแล้วการจะขาวใช่ว่าจะต้องทำลายเม็ดสีเมลานินเสมอนะคะ ร่างกายเรามีการสร้างเม็ดสีเมลานินผิวในทุกๆวันเพราะฉะนั้นแล้วการไปทำลายก็เหมือนการฝืนธรรมชาติชั่วคราว ถ้าตัวยาหมดคุณก็จะกลับมาดำแบบนี้หรอคะ?? ถ้าคุณไม่ใช่สาวเก่งมีเงิน หรือทำงานด้านความงามวงการพริตตี้ จะต้องซื้อกินทุกเดือน ไหวไหมคะ เสียเงินกับค่ายาทุกเดือนตลอดชีวิต ก็ทำไมอ่ะ!อยากขาวหนิ ทำนองนั้น คงไม่ไหวมั้งคะ merci sleeping mask.

merci sleeping mask

merci sleeping mask แนะนำ ลองหาอาหารเสริมที่บำรุงพวก ผิวพรรณแต่เน้นเป็นพวกสารสกัดจากผัก จากผลไม้ธรรมชาติมีส่วนผสมของผลไม้หรือแลดูว่ามันไม่น่าจะช่วยเรื่องขาวได้ นั่นละค่ะ ตัวท็อปเลย ครีมเมอร์ซี่ เพราะการบำรุงที่ถูกวิธีคือบำรุงจากภายใน กลูต้ามันคือทางลัด แต่การจะขาวจริงๆคือต้องรู้จักบำรุง และสร้างเม็ดผิวที่ดีหรือปรับสภาพผิว กลูต้าจะไม่มีการปรับสภาพผิวค่ะเรียกว่าปรับไม่ได้เรียกว่าทำลายแหลกลูกเดียว อาหารเสริมบางตัวก็ทำลายแหลกลูกเดียวเช่นกัน แต่สำหรับ อาหารเสริมที่เน้นพวกธัญพืชหรือ สกัดจากผักผลไม้จากสารสกัดดีๆที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณความงามและสุขภาพด้วยนั้น นอกจากจะช่วยเรื่องขาวแล้วยังช่วยเรื่องสุขภาพเป็นกระบวนการการปรับสภาพผิวตามลำดับเพราะฉะนั้นมันแตกต่างกันมากค่ะ! คำตอบเลยคือแนะนำพวกอาหารเสริมเกี่ยวกับ การบำรุงมากกว่า เน้นขาวค่ะ ไม่ต้องเน้นมากไป เอาแบบบำรุงสุขภาพด้วยและได้ผิวพรรณที่ดีมีประโยชน์กับตัวเราด้วย เมอร์ซี่ สลิฟปิ้ง มาส์ก ทู

สำหรับการอบตัวเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคผิวขาวแบบง่ายๆเช่นกัน เครื่องอบตัวสมัยนี้หาซ้อได้ไม่ยากมีหลากหลายราคามากมายรวมถึงยังช่วยให้เรานั้นสามารถ สร้างผิวขาวกระจ่างใสได้พร้อมทั้งลดน้ำหนักได้ไปในตัว ผิวขาวสุขภาพดีใช่ว่าจะต้องมาจากการทาครีมเสมอไปนะคะเพราะว่าเรานั้นสามารถเริ่มต้นด้วยการอบตัวและการใช้สมุนไพรในการสร้างผิวขาวกระจ่างใสได้ด้วยเช่นกันการอบตัวนั้นเป็นหนึ่งในการสร้างผิวขาวแบบถาวรอย่างนึงที่สาวๆหลายๆคนนั้นอาจจะไม่ทราบ merci sleeping mask

สำหรับบ้านใครที่ไม่มีเครื่องอบตัวสมุนไพร ก็อาจจะต้องไปหาซื้อตามห้าง ราคานั้นก็มีตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น ถ้าราคาถูกๆหน่อยหลักพันก็สตาทร์ที่ 5 – 6 พัน ใช้เวลาอบตัวราวๆวันละ 1 – 2 ชั่วโมง ในช่วงระยะแรกเริ่มอาจจะใช้ระยะเวลาสักครึ่งชั่วโมงก่อนเพื่อปรับสภาพร่างกายอาจจะรู้สึกเหม็นกลิ่นสมุนไพรนิดหน่อยในช่วงแรกๆ แต่พอเริ่มชินหรือร่างกายปรับตัวแล้ว คุณจะชินไปเองกับสมุนไพร ไม่ต้องเกร็งปล่อยใจสบายๆไม่ต้องเครียด merci sleeping mask ทำตัวสบายๆทุกส่งทุกอย่างคือสบายๆ หลับตาลงเบาๆอาจจะเปิดเพลงสบายๆฟังก็ยังได้ รับรองว่าเพลินสุดๆ และรู้สึกสบายตัวจากนั้นก็อาบน้ำอาบท่าปกติ อาจจะหาซื้อน้ำแร่หรือน้ำนมก็ได้ สำหรับอาบน้ำเพื่อช่วยให้ผิวของท่านนั้นนุ่มและขาวกระจ่างใสมีน้ำมีนวล อยากจะมีผิวขาวเทคนิคอบตัวเป็นหนึ่งในเทคนิคที่เรานั้นแนะนำ เลยละเพราะว่า ซื้อเครื่องอบตัวครั้งเดียวเราสามารถใช้งานได้ระยะยาว ใช้งานได้ตลอด เพราะฉะนั้นมันคุ้มค่าแล้วละ

สำหรับระยะเวลาผลลัพธ์แน่นอนค่ะ ถ้าไม่เห็นผลลัพธ์จะทำไปทำไม จริงไหม? สำหรับระยะเวลานั้นก็ราวๆ 1 – 3 เดือนอีกเช่นเคยในช่วงแรกๆสภาพร่ากายนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนก่อน อาจจะยังไม่เห็นผลในช่วงแรกๆ แต่ต่อๆไปรับรองว่าเห็นผลลัพธ์แน่นอน ต้องให้ระยะเวลาและใช้ระยะเวลากับตัวเองสักนิดนึงพยายามทำให้ชินเป็นกิจวัตรประจำวันของตัวเอง ทำทุกวันๆ อบตัวในช่วงตอนบ่ายหรือว่า ตอนช่วง สัก 11โมงก็กำลังดีค่ะ ก่อนอาบน้ำ เพราะหลังจากอบเสร็จจะต้องอาบน้ำเพราะร่างกายนั้นจะร้อนมาก และการอบตัวนั้นช่วยเรื่องของธาตุทั้ง 5 ในร่างกายด้วยช่วยปรับสภาพเลือดลมและทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้นโลหิตของคุณนั้นไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้น สำหรับการอบตัวนั้นถ้ามือใหม่ แนะนำว่าให้อ่านคู่มือการใช้งานและคู่มือการประกอบเครื่องอบตัวด้วยนะคะ ประกอบให้ดีให้แน่นและมีความพร้อมใช้งานเพราะไม่อย่างนั้นมันอาจจะพังลงมาได้ถ้ามีการประกอบไม่ดีในช่วงอบตัว merci sleeping mask.

furefoo มนุษย์ทุกคนที่เกิดมานั้น ต้องเผชิญกับความแก่ชรา

furefoo มนุษย์ทุกคนที่เกิดมานั้น ต้องเผชิญกับความแก่ชรา และวัยที่ร่วงโรยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งแน่นอนความแก่นั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่างไรก็ตาม เราสามารถเลือกวิธีปฎิบัติที่ช่วยชะลอความแก่ได้ ซึ่งมีหลากหลายวิธีมาก ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ลดความเครียด กินผัก ผลไม้หรืออาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งการรับประทานอาหารนั้น ก็ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการบ่งบอกถึงความแก่ช้าหรือเร็วของคนเรา หากทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายก็สามารถช่วยชะลอความแก่ได้ แต่ก็ยังมีอาหารบางชนิดที่มีผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งภายในและภายนอกอีกด้วย ซึ่งอาจจะเรียกอาหารจำพวกนี้ว่า “อาหารที่ยิ่งกินยิ่งแก่เร็ว” โดยจะมีอาหารชนิดใดบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย 5 อาหาร ที่ยิ่งกินยิ่งแก่เร็ว อาหารจำพวกของทอดทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด หมูทอด ลูกชิ้นทอด ปาท่องโก๋ อาหารฟาสต์ฟู้ด อาทิ เฟรนช์ฟราย แฮมเบอร์เกอร์ และอาหารอีกมากมายที่ใช้น้ำมันในการทอด เนื่องจากไขมันจากน้ำมันนี่เอง เป็นตัวกระตุ้นทำให้หน้าแก่ก่อนวัย ใครที่ไม่อยากหน้าแก่ ลองหันมาทานอาหารประเภทต้มหรือนึ่งดูก็ช่วยได้ furefoo.

furefoo
furefoo เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แน่นอนสำหรับวัยที่ต้องมีพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง ก็เป็นธรรมดาที่ต้องดื่มในการเข้าสังคม แต่ทว่าการดื่มเป็นประจำนั้น ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพแน่นอน อีกทั้งยังส่งผลให้หน้าแก่ก่อนวัยอีกด้วย เฟอร์ฟู
อาหารรสจัดๆ นี่แหละตัวดี ไม่ว่าจะเปรี้ยวจัด หวานจัด เค็มจัด หรืออาหารที่มีรสชาติเผ็ดเกินไป ซึ่งการที่รับประทานอาหารที่มีรสจัดเกินความจำเป็น จะส่งผลให้กระเพาะของเราทำงานหนัก อีกทั้งยังส่งผลในเรื่องผิวพรรณ ทำให้ผิวเหี่ยวเร็วอีกด้วย ฉะนั้นควรปรุงอาหารแต่พอดี ไม่ควรปรุงรสจัดจนเกินไป furefoo
ของหวาน ก็ใช่ย่อย ไม่ว่าจะเป็นเค้ก ไอศกรีม บิงซู โรตี ช็อคโกแลต เป็นต้น ที่พูดมานี้เชื่อว่าต้องเป็นของโปรดสำหรับสาวๆหลายคนอย่างแน่นอน แต่ทว่าอาหารเหล่านี้มีปริมาณของน้ำตาลที่สูง ซึ่งน้ำตาลนี่เองถือเป็นปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ใบหน้าหรือผิวพรรณแก่ก่อนวัยได้
อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เวลาที่เราไปร้านสะดวกซื้อ อาหารส่วนมากจะเป็นพวกอาหารแปรรูปทั้งสิ้น ได้แก่ อาหารกระป๋อง อาหารที่ใช้สารปรุงแต่ง ซึ่งอาหารเหล่านี้มักจะใส่สารกันเสียเข้าไป เพื่อยืดระยะเวลาของอาหาร ซึ่งสารเหล่านี้เองมีส่วนทำให้ผิวหรือริ้วรอยตามมา
เราสามารถเลือกสิ่งดีๆให้กับตัวเองได้ โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ซึ่งถือว่าทำได้ไม่ยากเลย หากทำได้นั้น ผลดีก็จะเกิดกับตัวเราเองทั้งด้านสุขภาพและด้านจิตใจ

แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า “ห้ามกิน” นะคะ เพียงแต่ว่าลดปริมาณ หรือหลีกเลี่ยงไม่ทานเป็นประจำ เท่านี้ก็ดูอ่อนกว่าวัยแล้ว

การรับประทานอาหารที่ถูกหลักอนามัย ช่วยทำให้สุขภาพดี และยังช่วยปัดเป่าจากโรคภัยอันเกี่ยวกับความแก่ได้อีกด้วย

มันยากที่จะทำใจแต่ไม่มีหลีกเลี่ยงได้ เพียงแต่ชะลอวัยที่ร่วงโรยให้ช้าลงสักนิดก็ยังดี ฉะนั้นเราหันมาทานอาหารเพื่อสุขภาพ และชะลอความแก่กันเถอะ เรามาดูกันว่า …

อาหารชนิดใดบ้าง ที่ช่วยชะลอความแก่ ต้านความชรา

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

1. มันเทศ ฟักทอง และแครอต

คุณผู้หญิงรู้ไหมค่ะว่า ในผักผลไม้สีเหลือง สีส้ม อย่าง มันเทศ ฟักทอง และแครอต มีสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีประโยชน์และมีความจำเป็นมาก ต่อดวงตาและผิวหนังของเราค่ะ

นอกจากนี้ หากทานเป็นประจำ จะช่วยต่อต้านริ้วรอยบนผิวหน้าคุณผู้หญิงได้ด้วยค่ะ

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

2. มะเขือเทศ

เนื่องจาก ในมะเขือเทศมี “ไลโคปีน” ซึ่งในซอสมะเขือเทศที่เราทานก็มีนะคะ แต่ถ้าเลือกทานมะเขือเทศสดๆ คุณผู้หญิงจะได้รับไลโคปีนได้อย่างเต็มที่จากมะเขือเทศสดๆ ซึ่งมีมากกว่าในซอสมะเขือเทศแน่นอนค่ะ

นอกจากนี้ เมื่อทานมะเขือเทศบ่อยๆ จะช่วยลดอัตราความเสี่ยงต่อการเป็น โรคหัวใจ และโรคมะเร็งบางชนิด แล้วยังช่วยลดการเสี่ยงของโรคประสาทตาเสื่อมอีกด้วย

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

3. บล็อกโคลี่

ผักสีเขียวชั้นดีชนิดนี้มี “ซัลโฟราเฟน” ซึ่งจะช่วยชำระล้างสารพิษในร่างกายของคุณผู้หญิง ยิ่งเป็นบล็อกโคลี่อ่อนๆ

จะยิ่งมีคุณค่าทางโภชนาการมากด้วยค่ะ furefoo เหมาะแก่การนำมารับประทาน เพื่อให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

4. ผักโขม และผักใบเขียว

หากทานผักโขม และผักใบเขียวเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ถึง 11 เปอร์เซ็นต์

และในผักโขม ยังมีธาตุเหล็ก แอนตี้ออกซิแดนท์ และเซซานตินช่วยต่อสู้กับอาการสายตาที่แย่ลง และมักจะเกิดกับผู้สูงอายุ

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

5. ขิง ขมิ้น และเครื่องเทศ

ช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ถ้าคุณผู้หญิงคนไหนไม่อยากเป็น โรค อัลไซเมอร์ ก่อนวัยก็ลองหันมารับประทานเครื่องแทศชนิดนี้เยอะๆ นะค่ะ

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

6. ไข่ไก่

ถึงแม้ในไข่ไก่จะมี โคเลสเตอรอลสูงก็ตาม แต่ในไข่ไก่ก็ยังมี เกลือแร่ วิตามิน โปรตีน ครบถ้วน นอกจากนี้ ในไข่แดงยังอุดมไปด้วย “คาโรทีนอยด์” ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้อย่างดี

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

7. แอปเปิ้ล

การทานแอปเปิ้ลเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนเต็มที่นั้น ควรทานทั้งเปลือก ในแอปเปิ้ลมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องสมองจากการถูกทำลาย

ดังนั้น ถ้าคุณผู้หญิงคนไหนที่เคยทานแอปเปิ้ลแบบต้องปลอกเปลือก ลองหันมาทานแบบมีเปลือกกันดูดีกว่าค่ะ

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

8. บลูเบอร์รี่ และองุ่นม่วง

ในผลไม้สองชนิดนี้ มีสารที่ชื่อว่า “แอนโธไซยานิน” ช่วยกระตุ้นความจำ และการรับรู้ด้วยค่ะ ในบลูเบอรี่ และองุ่นม่วง ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องสมองจากการถูกทำลาย

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

9. ชาเขียว

ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และนอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้หญิงเมื่อมีอายุมากขึ้น

อาหารต้านความชรา อาหารชะลอความแก่

10. ช็อกโกแลต และโกโก้

ช็อกโกแลต โกโก้ ที่สาวๆ หลายๆ คน กลัวกว่า ทานแล้วจะมีสิวขึ้น อย่างที่เคยรู้มานั้น ในช็อกโกแลต และโกโก้ยังช่วยลดโคเลสเตอรอล และนอกจากนี้ ยังลดความเสี่ยงจากเลือดจับตัวเป็นก้อน

สำหรับอาหารต้านความแก่ ชะลอความชราเหล่านี้ ที่แนะนำกันไปนั้น ลองหามาซื้อ มารับประทานกันดูนะคะ furefoo.

แป้งบาบาร่า สาวๆ รู้หรือไม่ว่าพัฟฟ์ฟองน้ำ หรือ Brush ที่สาวๆ ใช้ควรนำมาทำความสะอาด

แป้งบาบาร่า สาวๆ รู้หรือไม่ว่าพัฟฟ์ฟองน้ำ หรือ Brush ที่สาวๆ ใช้ควรนำมาทำความสะอาดบ้าง อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เพราะทั้งบรัชและพัฟฟ์นั้นเมื่อสัมผัสบนใบหน้าอาจถูกคราบเหงื่อและความมัน ก่อให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นที่มาของสิวได้ โดยวิธีการทำความสะอาดนั้นเพียงแค่นำสบู่อ่อนๆมาล้างทำความสะอาด พัฟฟ์หรือบรัช ล้างออกโดยใช้น้ำอุ่น แล้วใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับให้แห้งแล้วนำไปวางไว้ในที่ที่ไม่ถูกแดดและอากาศ ถ่ายเท เพียงเท่านี้คุณก็จะได้พัฟฟ์และบรัชที่สะอาดเหมือนใหม่ใช้ตลอดแล้วค่ะ ฉะนั้นอย่าลืมหมั่นทำความสะอาดกันบ้างนะจ๊ะ สำหรับสาวๆ การเลือกใช้ประเภทของแป้ง อย่างเช่น แป้งฝุ่น แป้งฝุ่นอัดแข็ง หรือแป้งพัฟ (ผสมรองพื้น) ในการแต่งหน้าอย่างเหมาะสม ทำให้ผิวหน้านั้นดูเนียน และดูดีมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับสาวๆ ที่เป็นมือใหม่ในการแต่งหน้านั้น อาจยังไม่รู้ว่าแป้งแต่ละชนิด มีคุณสมบัติในการใช้งานแตกต่างกันอย่างไร โดยทั่วไปแล้ว แป้งผสมรองพื้น หรือที่รู้จักกันดีว่า แป้งพัฟ หรือ แป้งทูเวย์นั้น จะเหมาะสมกับการแต่งหน้าทั่วๆ ไป ที่ไม่ต้องการความละเอียดมากนัก เช่น การแต่งหน้าไปทำงานในชีวิตประจำวันทั่วๆ ไป หรืออาจเหมาะสมกับคนที่เร่งรีบ ไม่ค่อยมีเวลาในการแต่งหน้ามากนัก เพราะในส่วนผสมของเนื้อแป้ง จะมีรองพื้นอยู่ด้วย ทำให้สะดวกในการใช้งาน มีคุณสมบัติในการปกปิดปานกลาง หากลงแป้งหลายๆ รอบ ก็อาจจะช่วยในการปกปิดได้มากขึ้น แต่ถึงกระนั้น ข้อเสียของแป้งพัฟก็คือ อาจไม่ติดทนนานเท่ากับการใช้รองพื้นจริงๆ และผิวสัมผัสที่ได้ จะไม่เรียบเนียนเท่ากับการใช้รองพื้นที่มีเนื้อเหลว ที่สามารถแทรกซึมเข้าในส่วนร่องเล็กๆ ได้ดีกว่า แป้งบาบาร่า.

แป้งบาบาร่า
แป้งบาบาร่า สำหรับแป้งฝุ่นนั้น babalah

ได้ถูกออกแบบให้มีอณูที่เล็ก และมีความละเอียดกว่าแป้งฝุ่นสำหรับทาตัว หรือแป้งเด็ก

จึงทำให้มีความสามารถในการแทรกซึมไปกับริ้วรอย ร่องลึกต่างๆ บนใบหน้าได้ดีกว่า ซ้ำยังไม่อุดตันรูขุมขน

งานที่เหมาะสมของแป้งฝุ่นนั้น เหมาะสำหรับนำมาเซ็ทตัวในการรองพื้น หรือเรียกว่า เมคอัพเบส

เหตุผลเพราะ โดยส่วนมากรองพื้นหรือเมคอัพเบสเหล่านี้ จะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่ด้วย

เมื่อทำการทาลงไปบนผิวหน้าแล้ว ก็จะทำให้หลงเหลือความมันอยู่บนใบหน้า

ดังนั้น แป้งฝุ่นจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่ช่วยในการดูดซับความมันจากรองพื้นอย่างดี แป้งบาบาร่า
ปัจจุบัน การผลิตแป้งฝุ่นนั้น ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ง่าย และสะดวกในการใช้งานยิ่งขึ้น

เพราะในบางคน อาจมีอาการระคายเคืองกับละอองของแป้งฝุ่น ที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ

โดยแป้งฝุ่นชนิดนี้เรียกว่า “แป้งฝุ่นอัดแข็ง” ซึ่งถ้าสังเกตดูจากภายนอก

อาจจะไม่แตกต่างจากแป้งผสมรองพื้น แป้งบาบาร่า แต่แป้งฝุ่นอัดแข็งนั้น จะไม่มีส่วนผสมของรองพื้นอยู่

จึงมีความสามารถในการนำมาเซ็ทตัวรองพื้น ทั้งอยู่ในรูปแบบของการอัดแข็ง

จึงสะดวกกับการที่จะนำมาเติมในระหว่างวัน มากกว่าแป้งฝุ่นปกติด้วย

ส่วนแป้งเด็กนั้น

นอกจากใช้ทาตัวแล้ว สาวๆ หลายคนนิยมนำมาใช้ทาหน้า เพื่อดูดซับความมัน

อย่างสาวๆ หลายคนที่จำเป็นต้องแต่งหน้าเป็นประจำทุกวัน

ก็คือหลังจากที่ทำการลงมอยส์เจอไรเซอร์ และทากันแดดแล้ว

ให้ลองปัดแป้งเด็กก่อนที่จะทำการลงแป้งพัฟ จะช่วยเตรียมผิว

ให้มีความพร้อมก่อนการแต่งหน้า เพราะช่วยเรื่องของการดูดซับความมันได้

สำหรับข้อเสียของแป้งเด็ก อาจเกิดในบางกลุ่ม ที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน

แต่บางคนก็ใช้ได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

ทั้งนี้ไม่ว่าแป้งชนิดไหน
ก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้ หรือสิวอุดตันได้ และถ้าเกิดอาการแพ้ขึ้นมา

ควรหยุดใช้หรือเลิกใช้แป้งชนิดนั้นๆ ไป หรืออาจลองเปลี่ยนยี่ห้อ

รวมทั้งรักษาความสะอาดให้มากขึ้น ล้างเครื่องสำอางให้หมดจดทุกครั้งก่อนนอน

จะช่วยหลีกเลี่ยงอาการแพ้ต่างๆ ได้ และถ้ามีอาการแพ้มากๆ

ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังจะเป็นการดีที่สุดค่ะ แป้งบาบาร่า.

vite secrete plus ทำไมชายไทยถึงชอบผู้หญิงผิวขาว

vite secrete plus ทำไมชายไทยถึงชอบผู้หญิงผิวขาว แน่นอนว่าคำถามนี้หนุ่มๆ ไม่ต้องคิดมากที่จะตอบเลย เพราะแค่เอ่ยว่าผู้หญิงผิวขาว คำตอบก็ลอยขึ้นมาให้เต็มกันไปหมด ผิวขาวไม่ได้หมายความว่าสาวๆ จะดูสวยเพียงอย่างเดียว เพราะการที่เรามีผิวขาวนั่นหมายความว่าเวลาที่หนุ่มๆ เห็นเราในระยะไกล มันทำให้เราดูมีออร่า ดูสะอาดสะอ้าน น่าสัมผัส น่าแตะเนื้อต้องตัวยิ่งนัก ยิ่งเวลาที่สาวๆ ถ่ายภาพ อาจไม่ใช่กับหนุ่มๆ แต่เป็นในบรรดาหมู่เพื่อนด้วยกันเอง ถ้าเรายิ่งขาว เราก็ยิ่งดูดี เห็นได้ชัด ไม่ต้องไปพึ่งแอพลิเคชั่น หรือ Photoshop ให้เสียเวลาจริงรึเปล่าล่ะ บอกเลยว่าสไตล์ความชอบของหนุ่มๆ ในบ้านเรา หรือหนุ่มๆ เอเชียไม่เหมือนกับหนุ่มๆ ในแถบตะวันตกที่ชอบผู้หญิงผิวสีน้ำผึ้ง เพราะฉะนั้นทำผิวให้ขาวไว้ล่ะดีแล้ว ทำไมแสงแดดจึงทำให้ผิวคล้ำ ถ้าการอธิบายแบบธรรมดาคงจะยังไม่เห็นภาพ จะขอยกตัวอย่างการไปเที่ยวทะเลก็แล้วกัน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ทำให้เราบอกลาผิวขาวไปได้เลย เพราะเป็นสถานที่ที่เราจะโดนแดดได้ง่ายที่สุด ผิวคล้ำได้ง่ายที่สุด ซึ่งเมื่อเราโดนแดดร่างกายของเราก็จะสร้าง เม็ดสีเมลานิน ขึ้นใต้ชั้นผิวหนัง ยิ่งเราโดนแดดมากขึ้นเท่าไหร่ร่างกายก็จะยิ่งสร้างเม็ดสีเมลานินสะสมมากขึ้นเท่านั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวหนังได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงอาทิตย์ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อไหร่ตากแดดนานๆ เข้าทำให้เรามีสีผิวที่คล้ำขึ้นมากกว่าการโดนแดดอ่อนๆ vite secrete plus.

vite secrete plus

vite secrete plus สาวผิวขาว ไวท์ ซีคริท พลัส
7 วิธีทำให้ผิวขาวเนียนขึ้นใน 7 วัน
รู้สาเหตุกันไปแล้วว่าทำไมหนุ่มๆ ถึงได้ชอบสาวผิวขาวกันนัก อีกทั้งได้รู้ว่าผิวหนังของเราเกิดการคล้ำเสียได้อย่างไร คราวนี้ก็มาถึงวิธีการบำรุงรักษากันบ้าง อาจเรียกวิธีนี้ได้ว่าเป็นการเพิ่มความขาวให้กับผิวแบบ Fast Track ทำต่อเนื่องก็เห็นผลทันที มีการพิสูจน์มาแล้วจากผู้ที่ได้ลองทำเป็นประจำ แต่บอกไว้ก่อนว่าสูตรนี้เป็นสูตรเร่งรักและเห็นผลว่าผิวนั้นขาวขึ้นมาได้ 1/4 ของสีผิวเฉดเดิม มีอยู่ด้วยกันหลายขั้นตอนเลยทีเดียวล่ะ ไม่ยาก ลองมาเริ่มทำตามกันดู vite secrete plus

1. ช่วงเช้าๆ หลังจากตื่นนอน ให้สาวๆ กินน้ำมะเขือเทศปั่น 3 ลูก ต่อ 1 แก้ว ช่วงแรกอาจจะดูยาก ต้องฝืนกินสักน้อย แต่ทำบ่อยๆ ก็จะคล่องไปเอง
2. ขัดผิวด้วยสครัยขัดผิว อาจหาซื้อเป็นสครับสำเร็จรูปได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป หรือจะหาซื้อผงขมิ้นขัดผิว ครีมขัดผิว มะขามเปียก ผงขัดผิวว่านางคำ ซึ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้ก็เป็นสูตรในแบบฉบับตำราโบราณ ส่วนถ้าเป็นการขัดผิวในแบบสมัยใหม่จะใช้สครับยี่ห้ออะไรก็ได้ หรือทำมันขึ้นมาเองเลยก็ได้นะซึ่งเจ๋งมาก วัตถุดิบก็มี น้ำตาลทรายและน้ำผึ้งนำมาผสมกันในอัตราส่วน 1/1 มีกลิ่นหอม น่ากิน เมื่อผสมเสร็จแล้วก็นำมาใช้ขัดผิว 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยทำให้ผิวเราใสขึ้น ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกได้อย่างง่ายดาย
3. ทาครีมกันแดดที่มี SPF ตั้งแต่ 30 PA ++ ขึ้นไปในบริเวณใบหน้าและลำตัว แนะนำว่าบริเวณใบหน้าต้องลงที่ SPF 15 ก่อนเพื่อเป็น DNA Guard จากนั้นค่อยเพิ่มขึ้นไปทีละ 15 > 30 > 45 > 60 หรือถ้าจะให้ง่ายหน่อยก็เป็น SPF 15 > 30 > 60 ที่ต้องทาไว้หลายชั้นก็เนื่องจากพลังการปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลทก็จะมีเพิ่มมากขึ้น และให้ความรู้สึกมั่นใจกว่าเมื่อออกแดด อีกทั้งไม่ต้องทางซ้ำทุก 2 ชั่วโมงให้เปลืองเวลาด้วย การันตีว่าจะไม่ทำให้ผิวคล้ำ หรือหมองเวลาออกแดดอีกแน่นอน
4. หากสาวๆ คนไหนที่มีเวลาเยอะหน่อย แนะนำว่าให้หมั่นไปทำทรีทเมนต์บ่อยๆ เพื่อเป็นการรักษาชั้นผิวและบำรุงผิวพรรณให้ดีอยู่เสมอ ในกรณีคนที่เป็นสิวบ่อยสิวก็จะหายได้เร็วขึ้น vite secrete plus รวมถึงให้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Whitening , AHA / BHA , VitE , VitC โดยเฉพาะครีมที่กรดจำพวกกรดผลไม้ หรือกรดสังเคราะห์ก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกได้เป็นอย่างดี และทำให้ผิวขาว เรียบเนียนได้ไว
5. เรื่องของการดื่มน้ำเป็นวิธีที่สาวๆ ทำได้ง่ายที่สุด เพียงดื่มน้ำวันละ 8 – 10 แก้ว เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ขาดไมได้ เพราะการดื่มน้ำมากๆ เป็นประจำจะทำให้ผิวพรรณของเราเปล่งปลั่งจากภายใน อีกทั้งยังเป็นการขับของเสีย หรือสารพิษออกจากร่างกายด้วย ที่สำคัญไปมากที่สุด คือ ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 3 ครั้ง ต่อ สัปดาห์ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที
6. ต่อมาให้เริ่มรับประทานผักผลไม้เป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะแครอทและมะเขือเทศที่มีสารเบต้าแคโรทีนและไลโคปีนที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสารสีในผลไม้ประเภทนี้จะทำให้ผิวมีสีและมีเลือดฝากมากขึ้นเมื่อรับประทานในปริมาณที่มาก
7. สำหรับการทาครีมกันแดดต้องทาหลังจากที่อาบน้ำเสร็จ เพราะถึงแม้ว่าในวันที่ฝนตกหนัก หรือเมฆหนา UVB ก็ยังสามารถผ่านชั้นเมฆมา หรือสะท้อนคอนกรีตของบ้านเราได้ ฉะนั้น การที่เราอยู่บ้านเป็นเวลานาน ไม่ได้ออกไปไหน แต่เราก็สามารถที่จะดำ หรือผิวคล้ำเสียได้ แนะนำว่าให้ทาครีมกันแดดในช่วงก่อน 7 โมงก่อนออกแดด จากนั้นก็หลีกเลี้ยงการถูกแดดเป็นเวลสนานๆ โดยช่วงเวลา 10 โมง ถึง บ่าย 2 จะเป็นช่วงที่มีแดดจัดมากที่สุด vite secrete plus.

tomato amino plus วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติปริมาณ 1/2 ถ้วย

tomato amino plus วิธีพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติปริมาณ 1/2 ถ้วย มาผสมให้เข้ากันกับเกลือป่นเม็ดละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคนส่วนผสมให้เข้ากันแล้วนำมาสครับลงบนผิวหน้าอย่างเบามือ นวดวนไปมาด้วยปลายนิ้วเท่านั้น จากนั้นพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาด แนะนำให้สครับผิวหน้าด้วยสูตรจากโยเกิร์ตอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เกลือจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ในขณะที่โยเกิร์ตก็จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นไปพร้อมกัน สูตรนี้รับรองนอกจากผิวเนียนเกลี้ยงแล้ว ผิวหน้ายังขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ และไร้ปัญหาหมองคล้ำแน่นอน สูตรมาร์คหน้าด้วยดินสอพอง ดินสอพอง มีคุณสมบัติความเป็นแป้งละเอียดอ่อน เมื่อเรานำมาละลายผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ก็จะยิ่งก่อให้เกิดการผสานคุณค่าเป็นหนึ่งเดียวกัน ดินสอพองจะทำหน้าที่ดูดซับความมันและสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก โดยเฉพาะสาวคนไหนที่มีสิวบ่อย ผิวหน้าไม่เรียบเนียนเกลี้ยงเกลา ลองใช้สูตรพอกหน้าจากดินสอพองช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เลย tomato amino plus.

tomato amino plus

tomato amino plus วิธีมาร์คหน้าด้วยดินสอพอง อาหารเสริมมะเขือเทศ
นำดินสอพองสตุ 2-3 เม็ด มาผสมกับน้ำมะนาว 1/2 ผล คนส่วนผสมให้ละลายเข้ากัน จากนั้นนำมาพอกลงบนผิวหน้าจนทั่ว เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาด หากสาวๆ คนไหนมีปัญหาสิวผด หรืออยากให้ใบหน้าขาวผ่องใสก็สามารถหยดผงขมิ้นลงไปผสมเล็กน้อยได้ จากนั้นนำมาพอกหน้าตามปกติ สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าเนียนและผุดผ่องใส ปัญหาสิวก็จะไม่มาเยือน อีกทั้งยังช่วยดูดซับความมันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี เหมาะอย่างมากสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวหน้ามัน โทเมโท อะมิโน พลัส

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ หากที่ผ่านมาสัมผัสผิวหน้าทีไรก็พบแต่ความสากหยาบกร้านของผิว คราวนี้เรามาเรียกคืนผิวหน้าเรียบเนียนใสกลับคืนมาเป็นของคุณอีกครั้งกันเถอะ ด้วย 7 สูตรพอกหน้าเพื่อผิวเนียนดั่งที่เรานำมาฝาก แต่ละสูตรใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นหลัก จึงมั่นใจว่าปลอดภัยต่อผิวอันบอบบางของคุณอย่างแน่นอนค่ะ tomato amino plus

แตงกวา นอกจากเป็นผักเพื่อสุขภาพแล้ว สาวๆ รู้มั้ยคะว่าหากอยากมีผิวหน้าสวยใสไร้สิว แถมยังขาวเนียนเปล่งปลั่งแบบธรรมชาติ เราสามารถพอกหน้าด้วยแตงกวาได้เป็นประจำนะคะ ว่าแต่สูตรพอกหน้าจากแตงกวาจะมีสูตรใดช่วยแก้ปัญหาผิวใดได้บ้าง เราหยิบมาฝากกันแล้วดังนี้ค่ะ

แตงกวา พอกหน้า

มาร์คหน้าแตงกวาสูตรที่ 1 ลดสิวอักเสบ ทําให้หน้าใสไร้สิว

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1 ลูก

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 1
ปอกเปลือกแตงกวา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นปั่นให้ละเอียดแล้วแช่ตู้เย็นจนเย็น เสร็จแล้วนำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที จึงล้างออกให้สะอาด สูตรพอกหน้าด้วยแตงกวานี้จะช่วยลดสิวอักเสบ ลดเลือนความมันส่วนเกินบนใบหน้า ป้องกันไม่ให้เกิดสิวใหม่ นอกจากนี้ ยังช่วยกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวหน้าให้กระจ่างใสอย่างน่าสัมผัสอีกด้วย

พอกหน้าด้วยแตงกวา

สูตรที่ 2 ลดความมันบนใบหน้า กระชับรูขุมขนให้เล็กลง

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1 ลูก ไข่ขาว 1 ฟอง และมะนาว 1/2 ซีก

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 2
ปั่นแตงกวากับไข่ขาวและบีบน้ำมะนาวลงไปผสม ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดกลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้เหมาะสำหรับสาวผิวมันและผิวผสมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหน้ามัน รูขุมขนกว้าง ทำให้ใบหน้ามันเยิ้มและก่อให้เกิดสิวง่าย แนะนำให้หมั่นพอกหน้าด้วยสูตรนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ๆ ละ 2-3 ครั้ง ก็จะช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ ช่วยสมานผิวหน้า กระชับรูขุมขนให้เล็กลง ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนเปล่งปลั่งกระจ่างใส แถมผิวหน้ายังขาวขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

แตงกวาพอกหน้า

สูตรที่ 3 กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าสะอาดใสอย่างเกลี้ยงเกลา

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : น้ำแตงกวา น้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว และน้ำแตงโม อย่างละ 1 ช้อนชา

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 3
นำน้ำผักผลไม้ทั้งหมดมาผสมจนเข้ากัน แล้วชุบด้วยสำลีจากนั้นนำมาเช็ดบนใบหน้าเบาๆ เหมือนกับการใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดผิวนั่นเอง ทำเป็นประจำหลังจากล้างหน้าสะอาดดีแล้ว นอกจากจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าได้อย่างล้ำลึกขึ้นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เพราะน้ำผลไม้เหล่านี้ก็มีกรด AHA จากธรรมชาติที่จะช่วยให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าทำงานได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส ลดเลือนรอยดำจากสิว สมานผิวและช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงได้

พอกหน้าด้วยแตงกวา

มาร์คหน้าแตงกวาสูตรที่ 4 บํารุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก และโยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 4
ล้างแตงกวาให้สะอาด ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ ปั่นรวมกันกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เมื่อได้ส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้ว จากนั้นนำมาพอกหน้าปล่อยไว้ประมาณ 20-30 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น สำหรับสูตรแตงกวาพอกหน้านี้ แตงกวาและโยเกิร์ตจะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น ผิวปราศจากความแห้งและหยาบกร้าน แถมยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

พอกหน้าด้วยแตงกวา

พอกหน้าแตงกวาสูตรที่ 5 ฟื้นบำรุงผิวไหม้เสียจากแสงแดด

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก นมสดหรือนมเปรี้ยว 1 ถ้วย

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 5
นำแตงกวามาปั่นรวมกับนมสดหรือนมเปรี้ยว เมื่อได้ส่วนผสมที่กลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ให้นำมาพอกลงบนผิวที่มีปัญหาไหม้แดงจากแดด หรือแม้แต่ผิวคล้ำเสียจากแสงแดดก็สามารถใช้สูตรแตงกวานี้ได้เช่นกันค่ะ โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น ก็จะช่วยให้ผิวสดชื่นขึ้น tomato amino plus ผิวมีสุขภาพดีและช่วยปลอบประโลมอาการไหม้แดงจากแดดได้มากขึ้นแน่นอน

แตงกวาพอกหน้า

แตงกวาพอกหน้าสูตรที่ 6 บํารุงผิวหน้าให้ขาวใสไร้สิว

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก และมะนาว 1/2 ซีก

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 6
ปอกเปลือกแตงกวาออก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วปั่นให้ละเอียดรวมกับน้ำมะนาว เมื่อได้ส่วนผสมที่ละเอียดแล้ว ให้นำมาพอกหน้าจนทั่ว โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สำหรับสูตรพอกหน้าแตงกวานี้ เราผสมกับน้ำมะนาวลงไป น้ำมะนาวมีกรด AHA จากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสมากขึ้น เมื่อนำมาผสานคุณค่ารวมกันกับแตงกวาที่มีส่วนช่วยลดสิวอักเสบและป้องกันการเกิดสิวได้ดีแล้ว จึงยิ่งจะทำให้สาวๆ มีผิวหน้าขาวใสไร้สิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ หมั่นพอกเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รับรองค่ะว่าผิวหน้าสาวๆ จะขาวกระจ่างใส ไร้ความมันส่วนเกิน แถมผิวยังเปล่งปลั่งดั่งใจจนใครๆ ก็ต้องทัก

แตงกวาพอกหน้า

แตงกวาพอกหน้าสูตรที่ 7 ลดรอยสิว และลดความมันบนใบหน้า

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : น้ำแตงกวา และน้ำมะเขือเทศ อย่างละ 2-3 ช้อนโต๊ะ

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 7
เริ่มจากปั่นเอาน้ำแตงกวาและน้ำมะเขือเทศมาผสมรวมกันอย่างละประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นเวลาใช้ให้จุ่มด้วยสำลีก้อนกลม แล้วนำมาทาลงบนผิวหน้าเป็นประจำทุกวัน แนะนำให้ทาหลังจากล้างหน้าสะอาดแล้วก่อนเข้านอน พอกหน้าทิ้งไว้เช่นนั้นประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้จะช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนผิวหน้าได้ เนื่องจากมะเขือเทศมีคุณสมบัติช่วยให้รูขุมขนกระชับเล็กลง ทำให้น้ำมันหลั่งออกจากรูขุมขนลดน้อยลงไป และแตงกวาก็มีคุณสมบัติเป็นมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติที่จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้สดชื่นเปล่งปลั่งกระจ่างใส และยังช่วยปลอบประโลมผิวได้ดีอีกด้วย หากนำส่วนผสมนี้มารวมกันจึงยิ่งช่วยให้ผิวหน้าไร้ปัญหาความมัน ลดเลือนรอยสิว และช่วยคืนความสดชื่นให้แก่ผิวหน้าจนคุณสัมผัสได้

สูตรพอกหน้าด้วยแตงกวา

แตงกวาพอกหน้าสูตรที่ 8 ลดสิว ป้องกันการเกิดสิวใหม่

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 8
ปั่นแตงกวารวมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้งจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อได้ส่วนผสมที่ละเอียดเข้ากันดีแล้ว ให้นำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรพอกหน้าแตงกวานี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ เพราะจะช่วยลดการอักเสบของสิว และช่วยป้องกันการเกิดสิวเม็ดใหม่อย่างได้ผล แถมยังช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น ปราศจากปัญหาผิวแห้งหรือหยาบกร้านได้ด้วย ผิวหน้าจะนวลเนียนใสดั่งใจทีเดียว

สูตรพอกหน้าด้วยแตงกวา

สูตรที่ 9 ปลุกผิวให้สดชื่น มีน้ำมีนวลเปล่งปลั่ง

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ tomato amino plus.